พันล้วนสื่อออกมาจากนํ้าตาของนางจนหมดสิ้น“ไม่เป็นไรแล้ว ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง อย่ากลัวไปเลย ยังมีข้าอยู่ทั้งคน!” นางยังคงตบหลังนางเบา ๆ พลางปลอบโยนด้วยนํ้าเสียงอันแผ่วเบาเย่แจ๋หยิ่งพอเห็นเช่นนั้นก็อดตะลึงมิได้มองดูหลานเยาเยาที่ยิ้มอย่างอบอุ่นในยามนี้ สุ้มเสียงอันไพเราะน่าฟังค่อย ๆเปล่งออกมาจากริมฝีปากด้วยความจริงใจ น่าเสน่หาถึงเพียงนั้นราวกับว่าเป็นคนละคนกับสตรีผู้รุ่มร่ามลุ่มหลงในเงินทองเมื่อก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิงนาง….193
เป็นนางจริงหรือผู้ที่สายตาเฉียบคม มองคนได้อย่างทะลุปรุโปร่งมาตลอดอย่างเขากลับมองนางไม่ออกเสียอย่างนั้นจื่อซีที่ตกตะลึงจนกลายเป็นหิน เพิ่งได้สติกลับคืนมาเมื่อตั๋วเงินที่กำลังเผาไหม้ในมือเผาโดนมือของเขา“โอ๊ย…..ฟู่ฟู่ฟู่”ผ่านไปสักพักใหญ่พระราชธิดาจาวหยางย่นคิ้วเล็กน้อย สูดจมูกฟุดฟิด จากนั้นถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจว่า“นี่คือกลิ่นอันใดกัน”อ๊ะ!เมื่อสักครู่กำลังวุ่นกับการปลอบพระราชธิดาจาวหยาง เลยลืมเรื่องเผาตั๋วเงินไปเสียหมดสิ้น เมื่อพระราชธิดาจาวหยางพลันกล่าวขึ้นมา ใจของหลานเยาเยาก็เจ็บปวดขึ้นอีกหนจากนั้นพระราชธิดาจาวหยางก็ผลักตัวออกอย่างช้า ๆ มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาทาบอกในทันใด สีหน้าเจ็บปวดผิดปกติ“ท่านเป็นอย่างไรบ้าง มิเป็นอันใดใช่หรือไม่”พระราชธิดาจาวหยางนึกว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับหลานเยาเยาเพราะการมารักษานาง จึงเป็นกังวลขึ้นมาครู่หนึ่ง194
“ปวดใจ พระราชธิดา เพื่อรักษาท่าน ข