้าต้องแลกกับค่าตอบแทนอันใหญ่หลวงนัก ทว่าเงินค่าวินิจฉัยโรคของข้ากลับถูกจื่อซีเจ้าคนเลวเผาไปแล้วเสียนี่ ข้าเสียใจจนร้องไห้ไม่ออกเลยเสียทีเดียว!”“ว่าอย่างไรนะ นึกไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ได้” สุ้มเสียงอันแผ่วเบาของพระราชธิดาจาวหยางแฝงไปด้วยโทสะ นางมองไปยังจื่อซีโดยพลันเป็นดั่งที่คิด มองเห็นเขานั่งย่อตัวอยู่หน้ากองตั๋วเงินที่ถูกเผาเป็นเถ้าถ่านมิหนำซํ้าในมือยังมีตั๋วเงินใบหนึ่งที่ถูกเผาจนเหลือเพียงปลายมุมด้านหนึ่ง ทันใดนั้นเรียกเขาเข้ามาถามอย่างโมโหว่า“จื่อซี เหตุใดเจ้าจึงเสียมารยาทกับผู้มีบุญคุณช่วยชีวิตของข้าเช่นนี้”จื่อซีนิ่งงันชั่วขณะหนึ่ง!เหตุใดเขาถึงได้อาภัพเช่นนี้เป็นหลานเยาเยาที่ไม่ต้องการตั๋วเงินเอง เรื่องเผาตั๋วเงินก็เป็นคำสั่งของเจ้านาย ไม่เกี่ยวกับเขาเลยแม้สักนิด!ดังนั้น!จื่อซีจึงหันไปหาเจ้านายในบัดดล ทว่าเจ้านายกลับมองเขาด้วยสายตาเยือกเย็น ทั้งยังหรี่ตาลงเล็กน้อยเขาตื่นตระหนกจนตัวสั่นในทันใด!“เหตุใดเจ้าจึงมองเสด็จอา หรือว่าเสด็จอาให้เจ้าทำเช่นนี้” พระราชธิดาจาวหยางถามขึ้นด้วยความสงสัย“ไม่ใช่ครับ ผู้ใช้ทำเช่นนั้นเอง” จื่อซีก้มศีรษะลง หน้าตาหมดอาลัยในชีวิต195
“เจ้าขอโทษผู้มีบุญคุณช่วยชีวิตของข้าก่อน จากนั้นค่อยนำตั๋วเงินมาจ่ายค่าวินิจฉัยโรคเพิ่มเป็นสองเท่า”ได้ยินเช่นนั้น!“ฮะแอ้ม ฮะแอ้ม!”หลานเยาเยากระแอมดังขึ้นมาในทันใด พอได้ยินว่าค่าวินิจฉัยโรคเพิ่มเป็นสองเท่าแล้ว ใจเต้นต