หลานเยาเยาพูดด้วยนํ้าเสียงแผ่วเบา ยกมือขึ้นทักทาย แล้วจึงเดินไปหาเก้าอี้นั่ง พร้อมทั้งยังรินนํ้าชาให้ตนดื่มถ้วยหนึ่ง“เพล้ง…”ทันใดนั้น มีถ้วยชาใบหนึ่งตกลงมาที่ข้างเท้าของนาง ถ้วยชานั้นแตกละเอียดนํ้าชาหกไปทั่วบริเวณ ทั้งยังมีคราบชากระเด็นใส่ชุดของนางอยู่ไม่น้อยเห็นเช่นนั้นแล้วหลานเยาเยาปัดคราบชาบนชุดของนาง แล้วนั่งไขว้ขาราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นมิหนำซํ้ายังเป่าปากเสียงนกหวีดใส่นิ่งซื่อก่อนจะมองหน้านางด้วยใบหน้าที่หวานละมุน“หลานเยาเยา! ”ใบหน้าที่ตบแต่งอย่างหนาของนิ่งซื่อสั่นจนบางลงไปอีกชั้นเพราะถูกท่าทีของนางยั่วโทสะ“โธ่ อย่าเรียกเสียงดังขนาดนั้น ข้าได้ยินหูข้าไม่ได้หนวกสักหน่อย ดูสิ เจ้าเรียกข้าเสียงดังปานนั้น แป้งบนหน้าเจ้าหลุดหมดแล้ว”เฮ้อ!เสียดายแป้งผัดหน้าของนางจริง ๆ150
ทว่ายามนี้ แม้นิ่งซื่อจะโกรธจัดจนหน้าแดง แต่ยังคงตบที่ข้างแก้มเบา ๆ เพื่อไม่ให้แป้งที่เหลืออยู่หลุดออกมาอีก หลังจากนั้นจึงชี้นิ้วใส่หลานเยาเยาแล้วพูดอย่างหยาบคายว่า“เจ้าคนถ่อย อย่าได้นึกว่าเมื่อคืนวานนี้เจ้าช่วยชีวิตนายท่านไว้แล้ว ข้าจะทำอะไรเจ้าไม่ได้ ที่จวนแม่ทัพนี้ อย่างไรข้าก็ใหญ่ที่สุด ถ้าข้าอยากให้เจ้าตาย มันง่ายดายยิ่งกว่าบี้มดตัวหนึ่งเสียอีก”พอได้ยินดังนั้นหลานเยาเยากล่าวขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้านว่า“ถึงกระนั้น ยามนี้เจ้าก็ฆ่าข้าไม่ได้ เจ้าจึงจำต้องเห็นข้าอยู่ขวางตาเจ้าในตอนนี้อย่างไรเล่า”เมื่อคืนนางเพิ่งช่วยห