ูมมม!แรงสั่นสะเทือนกัมปนาทซัดกระหน่ำ เหล่ายอดฝีมือระดับแปลงเทพต่างถูกกระแทกจนเสียหลัก ถอยร่นออกมาอย่างไม่เป็นท่า!และการถอยครั้งนี้ ทำให้พวกเขาพลัดตกลงไปในหมอกมรณะของ ‘ค่ายกลมายา’ อีกคำรบสีหน้าของทุกคนชะงักค้างไปวูบหนึ่ง สติสัมปชัญญะขาดห้วงกว่าจะรู้สึกตัวอีกที… ร่างของพวกเขาก็ร่วงหล่นจากสะพานลงสู่ความว่างเปล่าอีกแล้ว!“บัดซบเอ๊ย!”สีหน้าของเหล่าระดับแปลงเทพดูย่ำแย่ลงทันตา ความสง่างามที่เคยมีมลายหายสิ้นพวกเขาเงยหน้ามองไปยังตำหนักเซียนที่ถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกหนาทึบเบื้องหน้า ในใจอยากจะระเบิดพลังพุ่งเข้าไปทำลายให้ราบเป็นหน้ากลองเสียให้รู้แล้วรู้รอดแต่พอนึกภาพคลื่นกระแทกมหาประลัยที่ซัดเจ้าหอฝูเซียนจนกระเด็นเลือดกลบปากก่อนหน้านี้… ก็จำ ต้องกัดฟันข่มกลั้นโทสะ สงบสติอารมณ์ แล้วบินกลับไปตั้งหลักที่หัวสะพานใหม่อย่างจำ ยอม…ณ โถงหน้าตำหนักเซียน“เฮ้อ… คงต้องปล่อยให้เข้ามาบ้างแล้วล่ะมั้ง”จางอวิ๋นนั่งมองดูเหล่าระดับแปลงเทพที่กำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยงในหน้าจอโฮโลแกรมพลางครุ่นคิดยังไงซะเงื่อนไขของบททดสอบก็คือ ‘ห้ามคนเข้าเกินร้อยคน’ การปล่อยให้คนเข้ามาบ้างนิดหน่อยเพื่อลดภาระ ก็ไม่ถือว่าล้มเหลวตามกฎปัญหาหลักคือเจ้าพวกระดับแปลงเทพพวกนี้ เขาต้องคอยจ้องตาไม่กะพริบถึงจะขัดขวางได้ทันท่วงที แถมยังต้องเปิดใช้งานค่ายกลมายาและกับดักซ้ำ แล้วซ้ำ เล่าเพื่อหยุดยั้งพวกมันมันผลาญพลังงานเกินไป!แค่คลื่นกระแทกชุดใหญ่ก่อนหน้