จาวหยางรักษาคำพูดและเดินจากไปด้วยตัวเอง นางหายไปจากสายตาของฉินหรูเหลียงโดยที่ไม่มีคำบอกลาเลยแม้แต่คำเดียวนางออกไปจากเป่ยเซี่ย ออกไปจากจวนของฉินหรูเหลียง หลังจากนี้ต่อไปสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าของนางคือหนทางอันกว้างใหญ่ไพศาลที่นางจะมุ่งหน้าต่อไปกาลเวลาหมุนผ่านไป จาวหยางได้ท่องเที่ยวไปยังถนนหลายสาย ได้เห็นอะไรต่อมิอะไรมากมาย บุคลิกของนางเริ่มกลมกลืนไปกับวิถีชีวิตและสภาพสังคมเหล่านี้ นางได้ชิมชาที่เจียงหนาน ได้คุยเล่นกับหญิงชราซึ่งขายขนมเข่งและซุปลูกบ๊วยอยู่ในตรอกเล็กๆ ได้แกล้งปลอมตัวเป็นผู้ชายเข้าไปในโรงเตี๊ยมและโรงนํ้าชา ร่วมสังสรรค์พูดคุยกันอย่างสนุกสนานเฮฮากับผู้คนที่เดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศจนกระทั่งวันหนึ่งซึ่งไม่รู้ว่าเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไหร่ จาวหยางรู้สึกได้ว่าไม่ว่านางจะไปไหน จะมีคนพวกหนึ่งคอยตามนางอยู่เสมอ ไม่ว่าจะทำเช่นไรนางก็สลัดจากคนพวกนั้นไม่พ้นฉินหรูเหลียงอยู่ไกลจากเมืองชายแดน แม้ว่าเขาจะไม่ได้ไปตามหานางด้วยตัวเอง แต่ก็มักจะมีจดหมายสองสามฉบับซึ่งส่งมาจากทั่วอาณาจักรต้าฉู่วางอยู่บนโต๊ะของเขาเสมอเขานั่งลงที่โต๊ะและเปิดจดหมายออกอ่าน ในจดหมายเขียนบอกไว้ว่าจาวหยางไปที่ไหนมาบ้าง ทำอะไรไปบ้างและตอนนี้ปลอดภัยดีหรือไม่ เขารู้สึกราวกับว่าตนเองมีสายตาคู่หนึ่งที่ช่วยออกไปมองทัศนียภาพที่งดงามภายนอกแทนเขา มีสองเท้าที่ช่วยพาเขาเดินไปตามลำนํ้าและภูเขาต่างๆ ในขณะที่เขาคอยเฝ้ารักษาการอยู่ที