นี่เป็นขอบเขตใหม่ที่ฝูหลิงได้สัมผัส มันใหม่มาก ในวันเดียวกันนางได้กลับไปหาตำราการแพทย์ที่เกี่ยวข้องมาศึกษาค้นคว้าต่อมาทุกๆสองวันนางจะไปรักษาให้เย่ซวิ่นที่พระตำหนักฉีเล่อครั้งนี้พอฝูหลิงเข้าไป ทั้งสองคนยังไม่ได้พูดคุยกันเลย เปลือกตานางหลุบลงมองที่เป้ากางเกงของเย่ซวิ่น แล้วกล่าวว่า “ถอดกางเกงออกเพคะ”ใจของเย่ซวิ่นอดกลั้นไว้ ยังไม่ได้ระบายเลยฝูหลิงเห็นการกระทำเขาชักช้า กล่าวอีกว่า “ยังต้องให้กระหม่อมช่วยพระองค์ถอดหรือไม่เพคะ?”เย่ซวิ่นกัดฟันกรอด ถอดกางเกงออก อดทนอดกลั้นความโมโหนี้ไว้ชั่วคราวต่อมาเวลาค่อยๆผ่านไป ทั้งสองก็สนิทคุ้นเคยกัน ฝูหลิงฝังเข็มให้เขา กระตุ้นจุดที่เกี่ยวข้องกับเขา และจัดยาเสริมบำรุงร่างกายด้วยแต่แบบนี้อย่างไรต้องมีขั้นตอนฝูหลิงไปที่พระตำหนักฉีเล่อบ่อยครั้ง เฉินเสียนเลยได้เรียกนางมาถามไถ่“เย่ซวิ่นมักเรียกเจ้าไปทำอะไรในพระตำหนัก?”ฝูหลิงกล่าวว่า “ตรวจรักษาโรคเพคะ”“เขาเป็นโรคอะไร?”เฉินเสียนถามไปอย่างงั้นแหละฝูหลิงอยากจะพูดโม้สอดรู้สอดเห็นเลยเผยอปากขึ้นมา แต่นึกถึงที่เย่ซวิ่นข่มขู่ก็เลยได้อดกลั้นไว้830
เฉินเสียนขมวดคิ้ว กล่าวว่า “เขาไม่ให้พูดหรือ?”ฝูหลิงพยักหน้ากล่าวว่า “ไม่ให้พูดเพคะ หากพูดแล้วองค์ชายหกจะทำให้ข้าไม่มีหนทางแต่งงานออกไปได้เลยเพคะ”เฉินเสียนหัวเราะ กล่าวขึ้นว่า “หนักเช่นนั้นเลย?เช่นนั้นสรุปเป็นโรคอะไร?อนาคตเจ้าจะแต่งงานออกไปได้หรือไม่ ไม่ใช่เขาเป็นใหญ่พูดแล้