ซูเจ๋อกล่าวด้วยนํ้าเสียงแหบพร่าว่า “ข้ากับท่านเป็นสามีภรรยากัน อยู่ในขอบเขตของสามีภรรยาที่ใช้ชีวิตประจำวันร่วมกัน ไม่ได้ปล่อยเนื้อปล่อยตัวมั่วโลกีย์เกินความเหมาะสม เหตุใดต้องควบคุมอดกลั้นด้วย”ตอนที่เขาสัมผัสจูบลงไป กล่าวด้วยนํ้าเสียงทุ้มตํ่าอีกว่า “ท่านสวมใส่เช่นนี้แน่ใจว่าไม่ได้ดึงดูดล่อลวงข้า”“………”เฉินเสียนอ้าปาก จำใจต้องกล่าวโต้แย้งเขาว่า “ข้าสวมใส่เช่นนี้ ไม่ได้เปิดโล่งสักนิดหนึ่ง นึกไม่ถึงเลยว่าท่านจะบอกว่าข้าดึงดูดล่อลวงท่าน…..”“เช่นนั้นหรือ เมื่อครู่พูดแล้วเพื่อที่จะครอบงำจิตใจให้อยู่ใต้อำนาจอย่างเด็ดขาดจึงแสร้งทำอย่างนี้ก่อน หากว่าท่านสวมใส่แบบเปิดเผยสักหน่อย ข้าเห็นบ่อยเป็นประจำ ไม่แน่ว่าข้ากลับจะมีความสนใจไม่มาก ”เฉินเสียนชะล่าใจ แท้จริงแล้วการรับมือกับคนอย่างซูเจ๋อ ไม่สามารถใช้ตรรกะความคิดแบบคนทั่วไปได้ จำเป็นต้องทำวิธีที่ตรงกันข้ามเฉินเสียนถูกเขาแทะโลมอย่างหนัก กล่าวออกมาด้วยนํ้าเสียงที่นุ่มนวลว่า“คุยกันแล้ว หนึ่งเดือนสองครั้ง เดือนนี้ใช้ไปหมดแล้ว…….”ซูเจ๋อยุแหย่พร้อมกับเบียดเสียดเข้าไปในเรือนร่างของเธอด้วย ฟังสิ่งที่เธอตักเตือนแล้วกัดที่ใบหูของเธอ กล่าวขึ้นว่า “ข้าจะใช้ของเดือนหน้าก่อน”เฉินเสียนแววตามาดร้าย ไร้เรี่ยวแรงที่จะต้านทานเขา ริมฝีปากแดงฉํ่าบนพึมพำว่า “เช่นนั้นพอถึงเดือนหน้าจะทำอย่างไร?”“ยังมีเดือนถัดจากเดือนหน้าไปอีก”812
“ท่านปลิ้นปล้อนขี้โกง…..”ต่อมาเฉินเสีย