ธอก็เหม่อลอยขณะที่พบเจอกับซูเจ๋อและเฉินเสียนซูเจ๋อยื่นถ้วยชาร้อนที่อยู่ในมือให้กับจาวหยางจาวหยางใช้มือสองข้างถือถ้วยชานั้นเอาไว้ หมอบลงกับขอบหน้าต่างแล้วค่อยๆจิบชาซูเจ๋อเก็บรวบเสื้อขึ้นแล้วนั่งลงไปข้างๆเธอ ใช้นิ้วเคาะไปบนโต๊ะเพื่อเรียกให้เธอได้สติกลับมาพร้อมกับเอ่ยถามขึ้นว่า “ไม่กี่วันมานี้อยู่เที่ยวในฉู่จิงไม่มีความสุขหรือ?”จาวหยางเอ่ยอย่างไม่ได้ใส่ใจว่า“มีความสุขสิ ข้ามีความสุขมากๆเลย”ซูเจ๋อกระตุกคิ้ว แล้วก็เอ่ยขึ้นอีกว่า“ท่านแม่ทัพฉินทำให้ท่านน้อยใจหรือ?”จาวหยางรู้สึกนํ้าตาจะไหล ได้แต่เอามือคลำไปที่จมูกด้วยท่าท่างที่เฉยเมยแล้วพูดขึ้นว่า“เขาจะสามารถทำให้ข้าน้อยใจได้อย่างไร ท่านเห็นว่าข้าเป็นคนที่จะถูกคนอื่นทำให้น้อยใจหรืออย่างไร?”ซูเจ๋อพยักหน้า พูดขึ้นอย่างอบอุ่นขึ้นว่า“มีผู้ชายบางคนก็เป็นเช่นนี้ ตอนที่มีไว้ในครอบครองก็ไม่เห็นคุณค่า แต่เมื่อสูญเสียไปก็เพิ่งจะมาเสียใจทีหลัง”จาวหยางหันไปมองหน้าเขา พูดเสียงหลงขึ้นว่า“แล้วท่านเป็นเช่นนั้นหรือไม่?”ซูเจ๋อกล่าว“ยังมีอีกประการหนึ่งก็คือการที่รู้ตัวเองว่าต้องการอะไรตั้งแต่ในตอนแรก และด้วยเหตุนี้ถึงแม้จะไม่ได้ครอบครองแต่ยิ่งต้องรักษาทะนุถนอมมันเอาไว้ เห็นได้ชัดว่าข้าเป็นอย่างประการที่สอง”790
จาวหยางทำท่าเป็นทุกข์ แล้วเอ่ยขึ้นว่า“ถ้าเขาเหมือนกับท่านก็คงจะดี”ซูเจ๋อพูดอย่างครุ่นคิดว่า“เรื่องของความรักความผูกพันธ์นั้นไม่ควรที่จะวิ่งไล่ตาม ท่าน