จู่ ๆ เฉินเสียนก็รู้สึกอยากร้องไห้ นํ้าตาคลอเบ้า เธอพูดด้วยเสียงแหบ “ซูเจ๋อในที่สุดท่านก็เป็นของข้าอย่างสมบูรณ์แล้ว”ต่อมา ซูเจ๋อก้มลงกดไปที่หูของเธอและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ต่อไปเราเป็นสามีภรรยากัน”เฉินเสียนถาม “ยังรู้สึกหนาวไหม? ร่างกายเป็นอย่างไรบ้าง? ที่นี่มีผ้าห่มจัดเตรียมไว้ ท่านปล่อยข้า เดี๋ยวข้าไปหยิบมาให้”“ไม่ปล่อย ท่านอบอุ่นกว่าผ้าห่มนั่นอีก”เมื่อเวลาคํ่าแล้ว โคมไฟใต้ชายคาพระราชวังก็สว่างไสวขึ้นทีละดวง ๆ ไฟในท้องพระโรงสว่างไสวนอกจากขุนนางในราชสำนักแล้ว ยังมีการจัดเลี้ยงโต๊ะสำหรับขุนนางข้าราชการทั้งหลายอีกด้วยมีเหลียนชิงโจวนั่งที่โต๊ะเตี้ยกับภรรยาและลูก ๆ ของเขา ลูกชายของเขาอายุมากกว่าหนึ่งขวบแต่ยังพูดได้ไม่กี่คำ แต่เขาก็กระตือรือร้นและมีชีวิตชีวามากถัดจากเขาคือแม่นมซุยและเสี่ยวเฮอ และยังมีหมอหลวงหญิงฝูหลิง และรวมไปถึงบ่าวในเรือนเก่าของซูเจ๋อที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาร่วมงานเลี้ยงเฉลิมฉลองในครั้งนี้ ทุกคนต่างรู้จักกัน พูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันไปมา ช่างมีความสุขมากหลังจากนั้นอวี้เยี่ยนก็มาที่แม่นมซุยเพื่อพบปะพูดคุย759
แม่นมซุยเหลือบมองนางด้วยรอยยิ้ม จากนั้นมองไปที่เฮ่อโยวที่นั่น แล้วเหล่ไปที่อวี้เยี่ยนแล้วกล่าวว่า “ใต้เท้าเฮ่ออยู่ตรงนั้น ทำไมเจ้าไม่ไปนั่งกับเขาล่ะ?”อวี้เยี่ยนเขินหน้าแดงและกล่าวว่า “ข้าไม่ได้เป็นอะไรกับเขาสักหน่อย จะมีสิทธิ์อะไรไปนั่งกับเขา ก็รู้สึกแปลกอยู่นะ”