เหล่าขุนนางส่วนใหญ่ในราชสำนักเป่ยเซี่ยถูกศัตรูข้างนอกดึงดูดความสนใจมาเกินครึ่ง และถูกความสัมพันธ์ระหว่างเย่เหลียง ต้าฉู่และเป่ยเซี่ยทำให้ปวดหัวตลอดทั้งวัน อีกทั้งมีกองกำลังอื่นต้องการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้เพื่อแทรกเข้าไปจักรพรรดิเป่ยเซี่ยได้รับรู้ถึงความสงบบนพื้นผิว แต่ในความเป็นจริงมีบางคนที่อยู่ข้างในได้เริ่มต่อสู้แล้วในเวลานี้แตกกัน ไม่ใช่เวลาที่ดีนัก แม้แต่ในเมืองหลวงเกิดขึ้นสองกรณี ล้วนเกี่ยวข้องกับองค์ชายทั้งหมดในเวลานี้จวนท่านอ๋องรุ่ยยังคงสงบมาก และจักรพรรดิเป่ยเซี่ยก็เห็นซูเจ๋อปรากฏตัวน้อยครั้ง ยิ่งไม่เห็นเขาจะสนใจเรื่องเล็กใหญ่ของราชสำนักแต่จักรพรรดิเป่ยเซี่ยมีลางสังหรณ์ในใจ ยิ่งเขาสงบลงเท่าใด สิ่งเหล่านี้ยิ่งมีความเกี่ยวข้องกับเขาไม่ผิดคืนนี้จักรพรรดิเป่ยเซี่ยออกจากวังเพื่อมาถึงจวนอ๋องรุ่ย ราวกับว่าการมาถึงของเขาเป็นอย่างที่คาดการไว้ ซูเจ๋อถึงไม่แปลกใจเลยที่จวนท่านอ๋องรุ่ยกำลังจัดเตรียมอาหารเย็น ดังนั้นเขาจึงได้อยู่รับประทานอาหารเย็นกับซูเจ๋อเดิมทีสองคนพ่อลูกก็พูดคุยกันน้อยอยู่แล้ว ตอนนี้นั่งทานข้าวด้วยกัน โดยทุกขั้นตอนนั้นไม่ได้พูดอะไรกันเลย ดูเหมือนว่าความเงียบเช่นนี้คือเป็นไปอย่างไม่ต้องสงสัย747
หลังทานอาหาร จักรพรรดิเป่ยเซี่ยก็กล่าวขึ้นก่อน “เจ้าไม่คิดว่าเจ้าจะต้องพูดอะไรหน่อยหรือ?”ที่ข้างมือของซูเจ๋อมีชาวางอยู่ เขาใช่นิ้วปิดฝาชาสักพักก็กล่าวว่า “ได้ยินว่าจักรพรรดิ