เนิ่นนานกว่าซูเจ๋อจะเอื้อนเอ่ย “ข้าจะไปส่งท่าน”เฉินเสียนขยับตัวเตรียมจะลุกขึ้น ทว่าทันใดนั้นกลับถูกซูเจ๋อจับมือเอาไว้และรั้งเข้าไปในอ้อมแขน เฉินเสียนเอื้อมมือไปกอดเขาโดยไม่รู้ตัวเขากุมไหล่บางเอาไว้และโน้มศีรษะลงมาจูบเธอดวงตาของเฉินเสียนพร่าเลือนจนมองเห็นโครงหน้าของเขาได้ไม่ชัด เหนือศีรษะเต็มไปด้วยแสงดาวพร่างพราวยามคํ่าคืน เธอโอบแขนไว้รอบคอของเขาและจูบตอบอย่างอ่อนหวานซูเจ๋อเอ่ยด้วยเสียงทุ้มตํ่าว่า “อาเสียน รอข้าก่อนนะ”เฉินเสียนตอบเขาด้วยนํ้าเสียงที่แหบพร่าว่า “อื้ม”ซูเซี่ยนอยู่กับจักรพรรดิเป่ยเซี่ยจนกระทั่งพลบคํ่า ในขณะที่กำลังรับประทานอาหารเย็น เฮ่อโยวก็เข้ามาบอกว่าจะเชิญซูเซี่ยนไปเตรียมตัวเพราะใกล้จะถึงเวลาออกเดินทางแล้วจักรพรรดิเป่ยเซี่ยจึงตรัสอย่างขุ่นเคืองพระทัยว่า “จะรีบอะไรกันนักหนาไม่ให้เวลากินข้าวเลยหรืออย่างไร กินข้าวให้เสร็จก่อนค่อยมาใหม่!”ซูเซี่ยนเองก็ไม่ได้รีบร้อนและขอให้เฮ่อโยวมาเรียกอีกครั้งเมื่อถึงเวลาที่ต้องออกเดินทางเวลานี้จักรพรรดิเป่ยเซี่ยร้อนพระทัยเป็นอย่างมาก704
จักรพรรดิเป่ยเซี่ยทรงคีบอาหารใส่ถ้วยของเขาและหว่านล้อมว่า “อาเซี่ยนเจ้าเรียกข้าว่าปู่สักครั้งจะได้หรือไม่ ข้ายังไม่เคยได้ยินเจ้าเรียกเลยสักครั้ง เจ้าเรียกแต่ท่านปู่น้อย เรียกแต่ท่านอา ข้าเห็นแล้วอิจฉาเหลือเกิน”ซูเซี่ยนตอบว่า “พระองค์ยังมีหลานอยู่อีกไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ ถ้าพระองค์อยากฟัง พระองค์ขอให้พวกเข