มวลอากาศบริเวณที่พลังกวาดผ่านถึงกับบิดเบี้ยวจนเกิดเสียงกรีดร้องผู้บำเพ็ญเพียรระดับหยวนอิงหลายคนในเหตุการณ์เห็นภาพนั้น ต่างก็รู้สึกหนังหัวชาหนึบ ขนลุกซู่ไปทั้งตัวแม้แรงกดดันนั้นจะไม่ได้พุ่งเป้ามาที่พวกเขาโดยตรง แต่เศษเสี้ยวพลังที่เล็ดลอดออกมาก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาสัมผัสได้ถึงความตายที่อยู่แค่เอื้อมแรงกดดันของระดับแปลงเทพที่เพ่งเล็งไปที่จุดเดียว…เพียงพอที่จะบดขยี้ระดับหยวนอิงให้กระดูกแหลกเหลว หรือเข่าทรุดลงไปกองกับพื้นได้ในพริบตาเจ้าสำนักหลิงเซียนผู้นี้… จบเห่แน่!ในขณะที่ทุกคนคิดว่าเจ้าสำนักหลิงเซียนคงจะถูกบดขยี้จนต้องคุกเข่าขายขี้หน้าธารกำนัล…ภาพที่ปรากฏกลับตาลปัตร!เจ้าสำนักหลิงเซียนยังคงยืนสงบนิ่งอยู่ที่ปากถ้ำ สีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก แม้จะต้องรับแรงกดดันมหาศาลปานขุนเขาถล่มทับ แต่ร่างในชุดคลุมสีม่วงนั้นกลับไม่สั่นคลอนแม้แต่น้อย ราวกับขุนเขาไท่ซานที่ตั้งตระหง่านท้าทายพายุทุกคนต่างประหลาดใจจนตาค้าง“สำนักหลิงเซียนของข้าจะมีอยู่ต่อไปหรือไม่…”ในตอนนั้นเอง เจ้าสำนักหลิงเซียนก็เอ่ยปากขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่กังวานก้อง “หาใช่สิ่งที่คนนอกอย่างเจ้า… จะเป็นผู้ลิขิต!”พูดจบ เขาก็สะบัดชายแขนเสื้อเบ