มา ตอบด้วยความพลั้งปากว่า “มีอะไรยังคุยกันไม่จบ? ท่านคิดจะทำยังไง? ท่านอ๋องมู่ของพวกท่านลวนลามข้าก่อน ข้าเป็นฝ่ายเสียหาย ข้ากลับไปแล้วจะเปิดโปงพฤติกรรมของเขาว่าเจ้าเล่ห์เพทุบายเพียงใด ให้ใต้หล้ารู้ว่าท่านมีลูกชายเลวทรามขนาดไหน”ซูเจ๋อแอบยิ้มอยู่ในห้อง กล่าวต่อว่า “ใช่ กลับไปเปิดโปงข้า คนเรากินอิ่มแปล้แล้วไม่รับผิดชอบไม่ได้”จักรพรรดิเป่ยเซี่ยโกรธเกรี้ยวจนปวดเศียรเวียนเกล้า พระองค์กำลังทั้งโกรธขึ้งทั้งกล่าวด้วยความจริงใจแท้ๆ ไฉนสองคนนี้กลับให้ความรู้สึกว่ากำลังพลอดรักกันอยู่เล่า?จักรพรรดิเป่ยเซี่ยจ้องเขม็งเฉินเสียน สตรีตรงหน้าคือมารดาของอาเซี่ยน จึงปฏิบัติเช่นครั้งก่อนไม่ได้เด็ดขาด นอกเสียจากพระองค์ไม่อยากได้หลานแล้วจักรพรรดิเป่ยเซี่ยไม่รู้ว่าควรไกล่เกลี่ยเช่นไร ซูเจ๋อก็เดินออกมาอย่างเชื่องช้าแล้วกล่าวว่า “ให้นางกลับไปเถอะ ไม่แน่ว่าท้องของนางอาจมีทายาทของข้าอยู่หากเสด็จพ่อยังทำให้นางลำบากอีก วันหน้าเมื่อหลานคนที่สองมาเยือนยังโลกก็ยังไม่นับญาติเสด็จพ่ออยู่ดี”เฉินเสียนเงยหน้ามองด้านในห้องนอนปราดหนึ่ง แสงพระอาทิตย์ด้านนอกสว่างเจิดจ้ามาก ตัดกับด้านในที่มีแสงไม่เสมอกัน เธอเห็นซูเจ๋อลงจากเตียงเลือนราง โดยหันหลังให้เธอ อาภรณ์ยาวคลุมกายแล้วชวนให้ความรู้สึกเรียบเฉย ทว่าสง่าอย่างยิ่งยวดเธอหรี่ตาอย่างพร่ามัว ทว่าหัวใจทั้งดวงกลับถูกเขาเติมเต็มหมดสิ้น รู้สึกชื่นมื่นโดยแท้ เธอสัมผัสความทะนุถนอมปกป้