กำลังจะหลุดออกมาให้ได้เฉินเสียนกะพริบตาลง ทำให้หางตามีนํ้าตาใสหยดลงมา ราวกับนํ้าค้างที่จับตัวรวมกันในยามคํ่าคืนซูเจ๋อจูบพลิกไปพลิกมาบนริมฝีปากของเธอ เสียงครางตํ่าในลำคอที่ทำให้คนเคลิบเคลิ้มอย่างหลงไหลเป็นแรงดึงดูดที่มีเสน่ห์อย่างไม่รู้จบ เขาเกลี่ยกล่อมเธอว่า “เปิดปากออก”เฉินเสียนเม้มปากแน่น ไม่ยินยอมที่จะเปิดปากซูเจ๋อจ้องมองเธออย่างแผ่วเบา แต่เขาก็พูดโน้มน้าวเธอว่า “ท่านไม่ยินยอมก็ช่างเถิด เมื่อครู่พูดกันถึงไหนแล้ว พวกเรามาพูดคุยกันต่อดีหรือไม่”เฉินเสียนหายใจอย่างกระสับกระส่าย ผลักไปที่ซูเจ๋อพร้อมกับพูดขึ้นด้วยเสียงที่แหบแห้งว่า “เช่นนั้นท่านก็ปล่อยข้าก่อน……”แต่ทว่ายังไม่ทันจะพูดจบประโยค คราวนี้ซูเจ๋อก็ได้ฉวยโอกาสช่วงเวลาที่เธออ้าปากพูด ก้มลงไปประกบริมฝีปากเธอเอาไว้ จูบอย่างดื่มดํ่าเข้าไปในปากของเธอเพื่อไม่ให้เธอได้มีโอกาสที่จะถอยได้“ไม่ใช่ว่าจะพูดคุยกันดีๆ……หรือ……ท่านมันคนเลว……”เฉินเสียนถูกเขากดให้แนบไปชิดกับกำแพง เขาพัวพันจูบกับเธออย่างหิวกระหายสิบนิ้วของทั้งสองมือเธอถูกซูเจ๋อพันธนาการโดยกดแนบชิดไปกับกำแพงอีกครั้ง เฉินเสียนรู้สึกได้ว่าคนที่อยู่ด้านหน้าเธอนั้นราวกับเป็นหมาป่าที่สามารถจะกลืนเธอไปได้ในเพียงคำคำเดียว633
ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่าทุกอย่างมันดูสับสนไปหมด จิตใจเธอนั้นก็สับสน แม้แต่ปฏิกิริยาร่างกายที่ตอบสนองเขาก็ดูสับสนวุ่นวายอันที่จริงแล้วมันก็นานมากแล้ว ที่เขาไม่ได้สัมผัส