“ซูเจ๋อ ข้าหายใจไม่ออกแล้ว……”ซูเจ๋อหลับตาลง จูบซับนํ้าตาที่บริเวณหางตาของเธอ แล้วเอ่ยว่า “ข้าไม่อยากจะปล่อยท่านไปไหน ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ ข้าก็จะไม่ปล่อยให้ท่านห่างข้าไปไหนไกล”เฉินเสียนพิงกับกำแพง พยายามสงบสติอารมณ์ตัวเองให้กลับเป็นปกติให้ได้มากที่สุด ซูเจ๋อได้แต่จ้องมองไปที่ริมฝีปากของเธอ ราวกับว่าพร้อมที่จะโผเข้ามาหาได้อยู่ตลอดเวลา เธอนั้นก็รู้สึกว่าไม่มีทางที่จะผ่อนคลายจิตใจลงได้เฉินเสียนจึงพูดเบี่ยงเบนความสนใจของเขาว่า “เช่นนั้นตอนนี้ข้าก็จะสงบสติอารมณ์แล้วพูดคุยกับท่านดีๆสักครู่ ลักษณะนิสัยของพราชายารุ่ยของท่านเป็นอย่างไร เธออ่อนโยนหรือไม่ แล้วเธอปฏิบัติต่อท่านดีหรือไม่?”“ข้าไม่มีพราชายารุ่ย”เฉินเสียนลืมตาแล้วอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมอง นัยน์ตาปรากฎให้เห็นแสงจันทร์สลัวๆ เธอค่อยๆหันข้างมองไปยังเขาได้แวบหนึ่งก็อยู่ในอาการตกตะลึงการที่เธอมีอาการตกตะลึงเช่นนี้ ก็เรียกได้ว่าเป็นไปตามแผนการของเขาซูเจ๋อจูบลงไปที่ริมฝีปากของเธอ แล้วก็พูดเอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า “ข้าไม่มีพระชายารุ่ย ข้ารอท่านมาตลอด เป่ยเซี่ยไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ข้าอยากจะไปขอแต่งงานด้วย ดังนั้นข้าจึงไม่ชอบผู้หญิง”ผ่านไปเป็นเวลานาน เฉินเสียนเพิ่งจะรู้สึกตัวจึงได้พูดเสียงสั่นๆว่า “ท่านหลอกข้า”แล้วนํ้าตาก็หลั่งไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว635
ซูเจ๋อยื่นมือไปช่วยเช็ดนํ้าตาให้กับเธอ แต่ยังไม่ทันได้เช็ดเสร็จ เขาก็จูบลงไปที่หางตาเพื่อซ