นสาดสะท้อนลงมาบนเรือนร่างของเธอ สุดท้ายเธอก็โดดเดี่ยวเดียวเดียวอยู่ลำพังพระอาทิตย์ตก แสงตะวันรอนค่อยๆเปลี่ยนเป็นจืดชืด ในยามพลบคํ่ามีลมโชย ความหนาวเหน็บผ่านผ่านเส้นผมที่อยู่บนไหล่ของเธอ และยังมีปลายกระโปรงด้วยเธอเหลือบมองเรือนที่ซูเจ๋อพักอาศัยอยู่ และมองหน้าประตูห้องที่ว่างเปล่าของเขาอย่างเลื่อนลอย มักจะนึกถึงวันที่ผ่านมา เขายืนอยู่ที่หน้าประตูนี้ เชื้อเชิญเธอเข้าไปนั่งตอนนั้นเธอนำปิ่นมาคืนเฉินเสียนเอื้อมมือลูบสัมผัสปิ่นหยกขาว เธอไม่ได้คิดที่จะนำปิ่นที่เธอเห็นความสำคัญนี้คืนให้กับเขานี่เป็นของขวัญที่เธอกับซูเจ๋อเคยมอบให้กันเพื่อเป็นเครื่องยืนยันมั่นหมายว่าเป็นคู่รักกัน จะคืนให้เขาได้ตามอำเภอใจได้อย่างไรกันเขากับเธอเคยมีความรู้สึกที่ดีต่อกันช่วงหนึ่งเฉินเสียนก้มศีรษะลง เอื้อมมือนำเส้นผมที่ติดอยู่ตรงริมฝีปากออก เธอยิ้มอย่างอ้างว้างเปล่าเปลี่ยนใจ และยังคงกล่าวอย่างเรียบเฉยว่า “ช่างเถิด”
615