่ายต่างแลกเปลี่ยนสิ่งที่ตนไม่มีแล้วนั้น ยังคงสงบมีความสุขเหมือนเดิม ไม่มีเรื่องที่ต้องกังวลใจพะว้าพะวัง แต่หลังจากที่สัมพันธไมตรีของต้าฉู่กับเย่เหลียงดีแล้ว อาณาปราชาราษฎร์ของทั้งสองเมืองแลกเปลี่ยนกันบ่อยมาก ส่งเสริมซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง ”ขุนนางเป่ยเซี่ยกล่าวว่า “องค์จักรพรรดิแห่งต้าฉู่พักอยู่ที่เป่ยเซี่ยช่วงนี้ ก็เคยเห็นอาณาปราชาราษฎร์ของเป่ยเซี่ยซื่อสัตย์สุจริตและสุภาพอ่อนโยนนุ่มนวล หรือว่าองค์จักรพรรดิแห่งต้าฉู่ไม่อยากเห็นเล่าอาณาปราชาราษฎร์ของทั้งสองเมืองมีนํ้าใจไมตรีรักใครฉันมิตรอย่างนี้ต่อไปหรือพ่ะย่ะค่ะ? เป่ยเซี่ยกับต้าฉู่เป็นสหายที่ช่วยเหลือและเอื้อผลประโยชน์ต่อกันนะพ่ะย่ะค่ะ”เย่ซวิ่นตอบกลับว่า “เหล่าอาณาปราชาราษฎร์เย่เหลียงของข้าซื่อสัตย์สุจริตมีนํ้าใจไมตรีรักใคร่ฉันมิตรเป็นอย่างมาก เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างเมือง จะมีมิตรภาพตลอดไปที่ไหนกัน มีเพียงแค่ผลประโยชน์ตลอดไปหรอก”เฉินเสียนหรี่ตามองแล้วชื่นชมเขาว่า “ข้าคิดว่าองค์ชายหกพูดถูกต้อง”เย่ซวิ่นมีชีวิตชีวาขึ้นมาท่านที กล่าวอีกว่า “อีกทั้งอาณาปราชาราษฎร์ของเป่ยเซี่ยซื่อสัตย์สุจริต แล้วเกี่ยวข้องอะไรกับต้าฉู่? ข้ามองว่าเป็นเพราะองค์จักรพรรดิแห่งต้าฉู่ปิดกั้นการค้าขายของทั้งสองเมือง ทำให้สินค้าของเป่ยเซี่ยขยับเคลื่อนไหวไม่ได้ และสินค้าของต้าฉู่เข้าไปไม่ได้อีก ยากที่จะทำให้เป่ยเซี่ยได้รับผลประโยชน์? ข้าได้ยินมาว่าเป่ยเซี่ยขอ