เย่ซวิ่นมีความคิดและมีวัตถุประสงค์ของตัวเอง และเขารู้ว่าซูเจ๋อไม่ใช่คนหลอกง่าย ดังนั้นเขาจึงใช้อุบายนี้ ถ้าคำพูดเหล่านี้มาถึงหูของซูเจ๋อจริง ๆ ละก็นับว่าสมความปรารถนาของเขาชายคนนั้นถูกนำกลับไปที่เรือน โดยมีเย่ซวิ่นกำลังรอเขาอยู่ในขณะนั้น เย่ซวิ่นคลุมไหล่ด้วยชุดจีนและเอนหลังพิงระเบียงโดยเอาแขนทั้งสองข้างพิงอยู่ตรงระเบียง เมื่อเห็นชายผู้นั้นหันกลับมาด้วยความอดสู เขาอดไม่ได้ที่จะหรี่ตาและกล่าวว่า “เจ้าได้เจอท่านอ๋องรุ่ยไหม?”ชายคนนั้นรู้สึกสำนึกผิดมากเย่ซวิ่นกล่าว “ไม่ต้องกลัว เจ้าเป็นคนที่ข้าฝึกฝนมา ยังไงข้าก็ทำเพื่อเจ้า หรือเจ้ากลัวว่าข้าจะคิดร้ายกับเจ้างั้นหรือ?”จากนั้นชายคนนั้นก็พยักหน้าและกล่าวว่า “พ่ะย่ะค่ะ”“เขาถามอะไรกับเจ้าบ้าง?”“เรื่องสนมในวังหลังของจักรพรรดินีพ่ะย่ะค่ะ”“เจ้าพูดไปอย่างไร?”“พูดไปตามความจริงพ่ะย่ะค่ะ”เย่ซวิ่นเดินออกมาจากระเบียง และบิดมุมเสื้อของชายผู้นั้นที่เปียก เขาไม่เพียงแต่ไม่โกรธเท่านั้น แต่กลับพูดอย่างใจดี “คืนนี้เจ้าก็ใจร้อนเกินไป เมื่อก่อนข้างกายของจักรพรรดินีมีเพียงข้า นอกนั้นก็ไม่มีใครได้เข้าใกล้พระองค์ คืนนี้พระองค์ไว้ชีวิตเจ้า ก็นับว่าโชคดีมากแล้ว รีบเข้าห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ เปียก565
แบบนี้เดี๋ยวจะไม่สบายเอาง่าย ๆ ข้าให้คนไปตามหมอหลวงจากจักรพรรดิเป่ยเซี่ยแล้ว ให้เขามาดูอาการที่แขนของเจ้า”“ขอบพระทัยองค์ชายหกพ่ะย่ะค่ะ”ในตอนกลางคืน เฉินเสียนนอนไม่ห