“สัตว์อสูรระดับหยวนอิงเชียวรึ!?”เหล่าอาวุโสสำนักหลิงเซียนต่างอุทานออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ ใบหน้าซีดเผือดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับกลิ่นอายกดดันอันมหาศาลของอสูรมารเงา“ผู้อาวุโสเก้า ท่านเร็วเกินไปแล้ว ข้าตามไม่ทันเลยนะเจ้าคะ!”เสียงหวานใสที่เจือด้วยความหอบเหนื่อยดังแว่วมาจากเบื้องบน ทำให้ทุกคนชะงักไปเมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ท่ามกลางเงาปีกมหึมาของ ‘อินทรีนภาเขี้ยวพายุ’ ที่โฉบลงมา คนที่นั่งอยู่บนหลังของมันกลับเป็นสตรีร่างอรชรที่คุ้นตา… เถากู่หลานทุกคนต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง “ผะ…ผู้อาวุโสหก??”“หือ?”เถากู่หลานกระโดดลงจากหลังอินทรีอย่างแผ่วเบา นางกวาดสายตามองสภาพความเสียหายยับเยินในหุบเขา และหยุดลงที่ร่างโชกเลือดแขนขาดของผู้อาวุโสสองด้วยความงุนงง “นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”นางมึนงงจริงๆ เพราะก่อนหน้านี้ระหว่างที่บินตามรอยนิมิตมาด้วยกัน จู่ๆ จางอวิ๋นก็กระโดดลงจากหลังอินทรีแล้วเร่งความเร็วพุ่งนำหน้ามาคนเดียว ทิ้งให้นางต้องเร่งตามสุดชีวิตจนเพิ่งจะมาถึงนี่แหละ“อสูรมารเงา!?”ทันใดนั้น สายตาของนางก็ไปสะดุดเข้ากับร่างมหึมาสีดำทมิฬของอสูรมารเงาที่ยืนตระหง่านอยู่ นางยกมือทาบอกด้วยความช็อกแต่พอเห็นว่าอสูรมารเง