นฟังแล้ว ในหัวของเธอก็รู้สึกหนักอึ้งไปหมด เธอหัวเราะพร้อมกับโบกไม้โบกมือกล่าวปฏิเสธว่า : “เป็นไปไม่ได้หรอก ข้าไม่ใช่คนเช่นนั้น” แต่เมื่อมองเห็นสีหน้าและแววตาของซูเจ๋อแล้ว จู่ๆ ก็รู้สึกกลัวขึ้นมาทันที แต่เธอก็พยายามเชิดคางยืดตัวตรง พูดขึ้นด้วยนํ้าเสียงที่สงบและเรียบเฉยว่า : “ถึงแม้ว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนั้นจริง นั่นก็เป็นเพราะฤทธิ์เมาของสุราจึงทำให้การควบคุมสติและความนึกคิดผิดปกติ ท่านอย่าได้เอามาใส่ใจ”จู่ๆ ซูเจ๋อก็หัวเราะขึ้นมา : “ท่านจำอะไรไม่ได้จริงๆ ด้วย”ใบหน้าของเฉินเสียนนิ่งค้างไม่ไหวติง : “ท่านกำลังทดสอบข้าอยู่หรือ?”ซูเจ๋อเดินเข้ามาหาเธอช้าๆ ทีละก้าว เงาที่มืดสนิทของเขากระทบลงบนตัวของเธอ ร่มเย็นและมืดมน ซูเจ๋อพูดขึ้นว่า : “ข้าให้ท่านจำขึ้นใจให้ดีๆ ไงเล่า”ความกดดันบางอย่างกำลังปะทุขึ้นมา ตอนก่อนหน้านี้ คนผู้นี้ยังเป็นเหมือนแสงแดดอ่อนรำไรอยู่เลย พริบตาเดียวก็เปลี่ยนมาเป็นพายุหิมะและหยาดนํ้าค้างที่กำลังพัดโหมกระหนํ่าขึ้นมาทันทีเฉินเสียนเซเล็กน้อย เธอกำลังคิดจะถอยหนี แต่กลับยังปากเก่งไม่ยอมแพ้เธอพูดขึ้นว่า : “ท่านจะโกรธขนาดนี้ทำไม ข้าก็แค่ลืมเรื่องบางเรื่องไป บางทีข้าอาจจะจำมันได้ในภายหลังก็ได้ ทีท่านยังลืมเรื่องราวหลายปีที่ผ่านมานี้ได้เลยจนถึงตอนนี้ก็ยังจำไม่ได้ หากข้าจะคิดเล็กคิดน้อยกับท่าน ข้าคงจะอกแตกตายเป็นร้อยๆ ครั้งแล้วกระมัง”“ท่านยังพูดเก่งเหมือนเดิม” ซูเจ๋อยิ้มให้เธอเล็กน