าอาณาปราชาราษฎร์ในเมืองรับรู้ เท่ากับว่าองค์จักรพรรดิแห่งต้าฉู่ได้มาถึงเป่ยเซี่ยอย่างสง่าผ่าเผย เป็นการหลีกเลี่ยงว่าในนั้นอาจจะมีแผนการร้ายอยู่เฉินเสียนหน้าเบี้ยวเบะไปครู่หนึ่ง กล่าวกับซูเซี่ยนว่า “แม่ก็ไม่ต้องการพยายามเอาท่านพ่อเจ้ากลับต้าฉู่นะ เป็นเจ้าที่บอกอยากเจอเขาอีกครั้ง แม่เพียงแค่ทำหน้าที่เป็นคนพาเจ้าไปพบท่านพ่อครั้งหนึ่ง”436
เธอไม่รู้ว่าคำพูดที่สูงสง่าน่าเกรงขามอย่างนี้เป็นการพูดให้ซูเซี่ยนฟังหรือว่าเป็นการพูดโน้มน้าวปลอบประโลมใจตนเองสิ่งที่ซ่อนเร้นในความรู้สึกคือก็ดีที่เธอได้พบซูเจ๋ออีกครั้ง เดิมคิดว่าชาตินี้จะไม่มีทางได้พบเจอโอกาสอย่างนั้นแล้ว แต่ตอนนี้เขาอยู่บนฝั่ง ห่างจากตนเองใกล้ขนาดนี้ แม้เพียงได้มองเห็นเขาไกลๆก็พอใจในสิ่งที่ได้รับแล้วท่านอ๋องมู่ทอดถอนหายใจออกมาอย่างอย่างโล่งอก ฟังเฉินเสียนกล่าวอีกว่า“องค์ชายหกของเย่เหลียงก็มาที่เป่ยเซี่ย องค์จักรพรรดิของเป่ยเซี่ยต้องการต้อนรับหรือไม่ ”ท่านอ๋องมู่กล่าวว่า “ผู้ที่มาเยือนเป็นแขก องค์จักรพรรดิของข้าน่าจะยินดีต้อนรับอย่างแน่นอน”สุดท้ายเรือทั้งสองลำกลับหัวอีกครั้ง และเตรียมตัวหันทิศทางมุ่งตรงไปที่ชายฝั่งทะเลทันทีหลังจากนั้นซูเซี่ยนได้ไปจัดเตรียมคนบนเรือเพื่อขึ้นฝั่ง เฉินเสียนถึงได้รู้ว่า ที่แท้บนเรือลำนี้ไม่ใช่มีแค่บุคคลที่คุ้นหน้าคุ้นตากัน แต่ยังมีคนแปลกหน้าเหล่านี้ที่เธอไม่เคยพบร่วมเดินทางมากับซูเซี่ยนด้วยตอนที่เห็นชาย