ัวพันอยู่กลางวงล้อมฝูงอสูรแมลงภู่นั้น… ไร้ซึ่งโอกาสฉึก ฉึก ฉึก!!พริบตาเดียว ร่างของพวกเขาก็ถูกพายุคมมีดสายลมเชือดเฉือนจนกลายเป็นเศษเนื้อนับร้อยชิ้น! พร้อมกับฝูงอสูรแมลงภู่ที่ถูกบดขยี้จนร่างระเบิดกระจายเป็นละอองเลือดไปพร้อมกันเพียงแค่การโจมตีระลอกเดียว… พื้นที่หน้าตำหนักเซียนก็ถูกกวาดล้างจนโล่งเตียน กลายเป็นลานประหารสีเลือด!ภาพอันน่าสยดสยองนี้ ทำให้สวีหมิง ผู้อาวุโสสอง และผู้อาวุโสเจ็ดต่างมองด้วยความหวาดผวาจับขั้วหัวใจ“ที่สำคัญคือ… ที่นี่ ตัวข้าขอรับช่วงต่อก็แล้วกัน!”น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงอำนาจของชายหน้ากากชุดขาวดังขึ้นอีกครั้งผู้อาวุโสสองเมื่อได้ยินน้ำเสียงนี้ชัดๆ ความทรงจำบางอย่างก็แล่นเข้ามาในหัว รูม่านตาหดเกร็งจนเล็กเท่ารูเข็มจ้องเขม็งไปที่ร่างนั้น “เจ้า… น้ำเสียงนี้… เจ้าคือเฟิงหยวน?”สวีหมิงและผู้อาวุโสคนอื่นๆ ชะงักกึกเฟิงหยวน? นั่นมันชื่อของผู้อาวุโสสามไม่ใช่หรือ?“หึหึ…”ชายหน้ากากชุดขาวหัวเราะในลำคอ “จำข้าได้เร็วขนาดนี้… สมแล้วที่เจ้ารู้จักกับข้ามาเกือบร้อยปีนะ ผู้อาวุโสสอง!”พูดจบ เขาก็เอื้อมมือปลดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าวัยกลางคนที่ดูสุภาพนุ่มนวลคุ้นตา“ผะ… ผู้อาวุโสสาม??”เมื่อเห็นใบหน้า