สถานการณ์กดดันตึงเครียดขึ้นมา องค์จักรพรรดิพาคนมาที่บริเวณชายหาดอย่างรีบเร่ง เพื่อตรวจสอบดูสถานการณ์ซูเจ๋อมองแสงไฟสลัวขมุกขมัวที่อยู่บนท้องทะเลไกลๆ โครงร่างของเรือลำหนึ่งที่อยู่ในสีของท้องฟ้ายามคํ่าคืนทำให้มองเห็นบ้างไม่เห็นบ้าง เขาบีบดวงตาแคบลง ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วตนเองกำลังเฝ้าปรารถนาอะไร ครั้นแล้วดวงตาของเขาก็เหมือนกับประกายไฟอันน้อยนิดที่อยู่แสนไกลนั่นซูเจ๋อกล่าวว่า “เรือลำเดียว ไม่ได้มาจุดชนวนเริ่มต้นสงครามหรอก”และเวลานี้ซูเซี่ยนก็ยืนเฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลงอยู่บนดาดฟ้าของเรือเช่นกัน และเรือเดินทะเลห่างจากชายฝั่งทะเลอยู่ประมาณหกร้อยหกสิบหกถึงเก้าร้อยเก้าสิบเก้าเมตร ได้ยินเฮ่อโยวกล่าวว่า “บนฝั่งแสงไฟสว่างไสว เกรงว่าพวกเขาจะสังเกตเห็นแล้วพ่ะย่ะค่ะ”ซูเซี่ยนกล่าวว่า “พวกเรารู้ชัดเจนว่าพวกเขาคือผู้ใด แต่ทว่าพวกเขาไม่รู้แน่ชัดว่าพวกเราคือใคร เพราะฉะนั้นต้องส่งคนมาอย่างแน่นอน ไม่ต้องรีบร้อน”หลังจากนั้นก็รับสั่งลงไปให้เทียบท่าเรือพักผ่อน แล้วแบ่งทหารรักษาพระองค์ไปสองชุดเพื่อเข้าเวรก็ได้เฮ่อโยวลูบคลำที่จมูก มองซูเซี่ยนที่หันกลับเดินเข้าไปภายในห้อง บนตัวของเขายังหาความรีบร้อนไม่เจอจริงๆ เย่ซวิ่นที่อยู่ในห้องยิ่งไม่ต้องเอามาพูดถึงดื่มเหล้าอย่างมีความสุขกับชายหนุ่มรูปงามและสาวใช้อยู่ ไม่ต้องพูดว่าเขามีความสุขสบายใจแค่ไหนหรอก420
เหตุใดแต่ละคนถึงไม่ได้รีบร้อน? หากปะมือกันกับเป่ยเซี่ยขึ้นมาจ