เฉินเสียนหัวเราะพลางกล่าวว่า “หากแน่จริงก็มาแย่งเลย ไม่นานก็จะมีข่าวลือว่าจักรพรรดิเป่ยเซี่ยผู้มีอายุสูงลงไม้ลงมือกับจักรพรรดิต้าฉู่อย่างไม่รู้จักละอายใจ”จักรพรรดิเป่ยเซี่ยแตกคอกับเธอแล้วอย่างสิ้นเชิง “ไร้ยางอาย!” จะให้บุตรชายตนเองอยู่กับสตรีแบบนี้ได้กระไรสุดท้ายจักรพรรดิเป่ยเซี่ยจากไปด้วยความรู้สึกฉุนเฉียว เธอได้รับชัยชนะชั่วคราว ทว่ากลับรู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ท่านอ๋องมู่ตามจักรพรรดิเป่ยเซี่ยออกจากจวนอ๋องรุ่ย พลางเกลี้ยกล่อมให้จักรพรรดิเป่ยเซี่ยอย่าได้พิโรธทันใดนั้นจักรพรรดิเป่ยเซี่ยตระหนักการใหญ่ขึ้นได้ ใช้แววตาที่มีเปลิวไฟลุกโชนมองท่านอ๋องมู่ กล่าวว่า “เจ้ารู้แต่แรกแล้วใช่หรือไม่ว่าพวกเขาทั้งสองมีใจต่อกัน?”ท่านอ๋องมู่ตรึกตรองอย่างละเอียดพลันกล่าวว่า “พวกเขาผ่านพ้นอุปสรรคมากมาย ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ในเมื่อไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน ไม่สู้ส่งเสริม……”“หุบปาก!” จักรพรรดิเป่ยเซี่ยใช้แววตากราดเกรี้ยวจับจ้อง “หากขืนเจ้าพูดอีก ข้าจะลงโทษเจ้าที่รู้แล้วไม่รายงาน”จากเสียงเอิกเกริกในจวนก็เงียบเชียบในบัดดล เงียบจนทำให้รู้สึกอึดอัด ตอนที่จักรพรรดิเป่ยเซี่ยออกไป องค์หญิงจาวหยางอยู่ต่อ นางไม่รู้ว่าควรไปหรืออยู่เพื่อปลอบประโลมจักรพรรดินี322
ทว่าสีหน้าจักรพรรดินีเรียบเฉยราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น องค์หญิงจาวหยางรู้สึกว่าการปลอบประโลมเธอ ทั้งเสียมารยาทและไม่มีความจำเป็นก่อนจะจักรพรรดิเป่ยเซี่ยยกเ