เฉินเสียนคิดอย่างละเอียดถี่ถ้วน จากเขาออกจากเมืองหลวงไปสังเกตการณ์วันนั้น พวกเขาก็ไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกเลย เป็นเวลาเกือบสี่ปีแล้ว ไม่ได้เจอกันนานมากจริงๆนานจนเหมือนผ่านไปแล้วครึ่งชีวิต ในชีวิตนี้จากที่ผิดหวังจนกลายเป็นความสิ้นหวัง และถึงเวลาจุดประกายเล็กๆ ของแสงแห่งความหวังที่อาจพังทลายได้ทุกเมื่อ เฉินเสียนรู้สึกเหมือนกับว่านางกำลังจมอยู่ในขุมนรกหลายครั้ง และกำลังดิ้นรนต่อสู้นางไม่รู้ว่า ด้านหลังของประตูนี้ถือว่าเป็นความหวังของนาง และนั้นจะพังทลายลงไปหรือจะค่อยๆ ลุกขึ้นมาเฉินเสียนถอนหายใจยาว และมือที่ค่อยๆ ยกประตูขึ้นก็สั่นอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อสาวใช้หลานเอ๋อร์เห็นเช่นนี้แล้ว ก็ก้าวไปข้างหน้าและพูดด้วยความตกใจและหวาดกลัวว่า “เจ้าเป็นใครกันแน่! เจ้าสามารถเข้า…….”ยังพูดไม่จบ เฉินเสียนจ้องมองไปที่ประตูอย่างเงียบๆ สายตามองไปอย่างมั่นคง ราวกับว่าอยากจะมองผ่านช่องเพื่อเข้าไปดูคนข้างในให้ชัดเจน ในมือถือมีดพกด้ามหนึ่ง จี้ไปตรงคอของสาวใช้หลานเอ๋อร์หลานเอ๋อร์กลอกตาและล้มลงกับพื้นทันที ประโยคที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งเหมือนกำลังละเมอพูดออกมา “บุกรุกเข้าไปในลานด้านในของท่านอ๋อง……”ในเวลาเดียวกัน เสียงที่อ่อนโยนก็ดังออกมาจากข้างในห้อง ทำให้หัวใจของเฉินเสียนสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง “อย่าก้าวร้าว เจ้าออกไปก่อนเถอะ”274
เขากำลังคุยกับสาวใช้ แต่น่าเสียดายที่สาวใช้ถูกเฉินเสียนทุบจนสลบลงไปนอนอยู่บนพื้นแล้วใน