โดยดี
เฉินเสียนมองมาที่เขาเป็นเวลานานแล้วกล่าวว่า “เรื่องในราชสำนักมากมายนัก อัครเสนาบดีเป็นถึงหัวหน้าขุนนางในราชสำนัก จะออกไปจากราชสำนักง่าย ๆแบบนี้ได้อย่างไร ข้าไม่อนุญาต หากต้องการสำรวจตรวจสอบ ข้าจะส่งคนอื่นออกไป”เฉินเสียนถาม “อัครเสนาบดียังมีเรื่องอื่นอีกไหม?”ซูเจ๋อกล่าว “หม่อมฉันได้เรียกเหลียนชิงโจวกลับมายังเมืองหลวง ธุรกิจร้านค้าเหลียนจี้ของเขามีอยู่ทั่วต้าฉู่ และตอนนี้ก็ถูกฟื้นฟูขึ้นมากว่าครึ่งแล้ว ฝ่าบาทต้องรีบใช้โอกาสนี้ สั่งห้ามธุรกิจในมือ และเปลี่ยนเป็นทรัพย์สินส่วนราชวงศ์เพื่อวางรากฐานสำหรับรายได้ของท้องพระคลังในอนาคตพ่ะย่ะค่ะ”เฉินเสียนตกใจและกล่าวว่า “อัครเสนาบดีหมายความว่า ให้ข้ายึดทรัพย์สินและกิจการธุรกิจของเขา?”ซูเจ๋อมองเฉินเสียนด้วยสายตาที่ดูมีความลับและกล่าวว่า “ฝ่าบาท เขาไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว หากยังปล่อยเขาไว้ ความรํ่ารวยของเขาอาจไม่เป็นผลดีในอนาคตข้างหน้า”แม้ว่าเฉินเสียนจะรู้ว่าซูเจ๋อมักมีวิธีการเสมอและถึงแม้จะโหดร้ายในบางเรื่องแต่สิ่งที่เขาพูดยังคงทำให้เฉินเสียนแปลกใจจนต้องสูดหายใจเข้าลึก ๆเฉินเสียนลดเสียงของเธอและพูดด้วยเสียงตํ่า “อัครเสนาบดีซู เหลียนชิงโจวเป็นลูกศิษย์ของท่าน ท่านอุตส่าห์สั่งสอนฝึกฝนเขามาหลายปี สำหรับเขาแล้วท่านเป็นเหมือนอาจารย์และเพื่อนของเขา แต่เมื่อสักครู่ท่านพูดอะไรออกไป?”111
ซูเจ๋อกล่าว “เพื่อบรรลุซึ่งจุดมุ่งหมายบางอย่าง”“ตอนแรกที่ท่านสั่