งองค์จักรพรรดิ เฉินเสียนกำลังยุ่งอยู่กับงานที่โต๊ะ ซูเจ๋อรออย่างเงียบ ๆ รอให้เธอทำงานเสร็จและไม่รู้ว่าเป็นเวลานานเท่าไรแล้ว ที่เขาไม่ได้เห็นเฉินเสียนยิ้มไม่มีการแสดงออกบนใบหน้าของเธอ ดวงตาของเธอโดดเดี่ยวและแหลมคมเหมือนแก้วและอำพัน และเธอมีความรู้สึกคลุมเครือว่าไม่มีความโกรธแต่ดูมีอำนาจเธอเรียนรู้ที่จะองค์จักรพรรดินีที่น่าเกรงขามในราชสำนัก และที่นี่ไม่มีเรื่องอะไรให้พูดคุย สิ่งที่เธอเป็นคือเธอเป็นตัวแทนของศักดิ์ศรีของอาณาจักร และองค์จักรพรรดินีไม่มีเรื่องไร้สาระพูดคุยเหมือนกับปกติที่มักจะมีปากเสียงทะเลาะกับเหล่าขุนนางในราชสำนัก ต่อไปคงไม่สามารถให้เกิดขึ้นได้อีกซูเจ๋อเสียใจมาก ในที่สุดก็ต้องปล่อยให้เธอเดินไปบนถนนที่เปลี่ยวเหงาทันใดนั้นเฉินเสียนก็พูดเบา ๆ ว่า “อัครเสนาบดีซูมีเรื่องอะไรหรือ”ซูเจ๋อกล่าวว่า “หม่อมฉันได้มอบหมายงานของอัครเสนาบดีไปยังฝ่ายต่าง ๆหลังจากนี้จะเป็นการควบคุมดูแลจากศูนย์กลางโดยฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”เฉินเสียนหยุดการเคลื่อนไหวที่มือของเธอ มองไปที่ซูเจ๋อและกล่าวว่า “อัครเสนาบดีซูกำลังคืนอำนาจมาให้ข้าโดยสมบูรณ์งั้นหรือ? ข้าจำได้ว่าอัครเสนาบดีเคยพูดไว้ว่าท่านชอบอำนาจนี้” เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “น่าจะเป็นช่วงกลางฤดูใบไม้ผลิพูดไว้ ตอนนี้เพิ่งจะกลางฤดูร้อน”แม้ว่าอำนาจในมือของซูเจ๋อจะเหลืออยู่ไม่มาก แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นหัวหน้าของเหล่าขุนนาง มีตำแหน่งสูงศักดิ์ที่ไม่อาจสั