ก็ไม่สนใจไม่ถามอีกเลย”ซูเจ๋อยิ้มและพูดว่า “วันนี้ไม่ได้ดีไปกว่าที่ผ่านมา ไม่รู้ว่าสิ่งที่กระหม่อมจะทำให้ฝ่าบาทพอพระทัยได้หรือไม่”เฉินเสียนรู้สึกว่าเขาพูดคำก็ฝ่าบาทสองคำก็ฝ่าบาท ทำให้ในใจตัวเองตื่นตระหนกอึดอัด นางพูดว่า “เรียกข้าว่าอาเสียน”รอยยิ้มบนริมฝีปากของซูเจ๋อได้จางลงเฉินเสียนจ้องมองเขาแล้วพูดว่า “ข้าอยากฟังท่านเรียกข้าว่าอาเสียน”ซูเจ๋อพูดอย่างช่วยไม่ได้ “ที่นี่คือสถานที่ว่าราชการนะพ่ะย่ะค่ะ”ครู่หนึ่งเฉินเสียนก็ได้กุมมือของซูเจ๋อ นิ้วมือนางพันที่มือเขา สิบนิ้วกำแน่นและพูดว่า “ทำไมท่านไม่ทำเหมือนที่นั่นผ่อนคลายลงบ้าง ท่านบ้างานรึ? ทำแทนข้าทุกอย่างแล้ว แล้วข้าล่ะทำอะไร?”ซูเจ๋อพูด “กระหม่อมทำแทนฝ่าบาทแค่เพียงบางส่วนเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ ทุกวันฝ่าบาทไม่ใช่มีเรื่องราชสำนักต้องจัดการมากมายหรือ รอปีหน้า ทุกอย่างก็คงเดินไปในทางที่ดีขึ้นพ่ะย่ะค่ะ”เฉินเสียนนิ่งเงียบ จากนั้นพูดว่า “ความจริง ทุกวันดูแต่ฎีกา ก็ทำให้ปวดหัวมากแล้ว”เฉินเสียนไม่ได้เห็นการเปลี่ยนไปของเขา นางพูด “ไม่ฟังว่าพวกเขาพูดถึงท่านว่าอะไร?”“ว่าอะไรกระหม่อม”ซูเจ๋อพูดอย่างเมินเฉย80
“พูดว่าท่านเป็นขุนนางทรยศ ทะเยอทะยาน พยายามยึดอำนาจของจักรพรรดิ”ซูเจ๋อยิ้มอ่อนๆ ออกมา “น่าเสียดายจริงๆ สิ่งที่เหล่าขุนนางเฒ่ากังวลทั้งวันทั้งคืน ในที่สุดมันก็เกิดขึ้นแล้ว”เฉินเสียน “ข้ารู้ว่าไม่ใช่อย่างที่พวกเขากล่าวหาเช่นนั้น ข้าไม่เชื่อแม้แต่คำเดีย