ตรงส่วนอื่น”ผู้เฒ่าเอื้อมมือไปแตะแผลเก่าบนสมองของซูเจ๋อ และกล่าวว่า “แผลหายแล้วแต่ข้าเองก็ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นอยู่ข้างใน”ต่อมาซูเจ๋อก็ปล่อยวางการบริหารราชการแผ่นดิน และไม่ไปสถานที่ราชการอีกต่อไป บางครั้งสิ่งที่ต้องการให้เขาจัดการก็จัดการที่บ้านเท่านั้นเฉินเสียนได้ยินจากที่ท่านหมอว่าร่างกายของซูเจ๋อไม่ร้ายแรง มีเพียงความเหนื่อยล้าเท่านั้น พักผ่อนบำรุงร่างกายก็สามารถฟื้นตัวให้ดีขึ้นเฉินเสียนไม่สบายใจ ยังแอบออกจากพระราชวังตอนกลางคืนมายังบ้านของซูเจ๋อ ซูเจ๋อได้ให้พ่อบ้านกับคนใช้นำยาทุกอย่างที่ใช้ประจำทุกวันเอาไปเก็บให้เรียบร้อย และพาเฉินเสียนไปนั่งที่ห้องตำราชั่วคราวเฉินเสียนจับมือของซูเจ๋อ และพูดว่า “มือของท่านทำไมเย็นเช่นนี้ เข้าหน้าหนาวแล้ว ในห้องต้องจำเป็นต้องมีเตาผิง”จากนั้นพ่อบ้านก็นำเตาเข้ามาวางไว้ข้างใน เฉินเสียนก็อุ่นมือให้ซูเจ๋อ โดยไม่พูดอะไรเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในราชสำนักในช่วงหลายวันนี้นางแค่เล่าเรื่องการคุยกันถึงเรื่องมโนสาเร่ให้ซูเจ๋อฟัง เหล่าขุนนางหลายร้อยคนทำหน้าที่ของตน และขุนนางที่ใหม่มีแรงจูงใจมาก ในที่สุดทุกอย่างก็ถูกจัดให้เป็นระเบียบเฉินเสียนกล่าวว่า “เมื่อสิ้นปีนี้ ข้าให้เฮ่อโยวเตรียมงานเลี้ยงในวัง หลังจากการสอบขุนนาง ท่านยังไม่ได้พบขุนนางใหม่ที่ได้รับการคัดเลือกและเลื่อนขั้นมาจากท่าน รอให้ท่านดีขึ้นแล้วค่อยไปพบกับพวกเขาก็ยังไม่สาย”71
ซูเจ๋อวิเคราะห์กับนางอย่างสบ