เฉินเสียนพยักหน้า แล้วพูดว่า “ก็ใช่ แต่เรื่องมงกุฎราชินีนั้น ข้าก็ต้องยอมรับในนํ้าใจของเจ้าจริงๆ คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายแล้วจะเป็นเจ้าที่ซื้อไป ในเมื่อนำมันมาที่ต้าฉู่แล้ว ทำไมไม่บอกข้าตั้งแต่ทีแรกรึ?”เย่ซวิ่นเอ่ยอย่างห่อเหี่ยวใจว่า“ก็ท่านไม่เคยได้ให้โอกาสกับข้าเลย เดิมทีข้าตั้งใจจะให้ท่านตั้งแต่คืนวันแต่งงานนั้นแล้ว”เฉินเสียนพูดขึ้นทันทีว่า“เจ้าพูดว่าเจ้าตั้งใจจะของขวัญแก่ข้า นั้นก็คือสิ่งนี้หรือ?”เย่ซวิ่นไม่อยากจะยอมรับ ไม่อยากจะตกอยู่ในสถานะเสียเปรียบต่อหน้าเธอแต่ความเงียบที่ไม่พูดของเขานั้นก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขายอมรับเฉินเสียนเม้มปากแล้วเอ่ยว่า“ตอนนี้ข้ารับมันไว้แล้ว คงไม่สายเกินไปใช่หรือไม่”เย่ซวิ่นชำเลืองมองเธอแล้วพูดว่า“แต่ว่าข้าใช้เงินก้อนโตเพื่อที่จะซื้อมันมาตอนนี้ข้ารู้สึกเสียใจแล้วล่ะ ไม่อยากจะให้ท่านแล้ว”“นั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะมงกุฎราชินีนั้นตกอยู่ในมือของข้าแล้ว เงินก้อนโตนั้นหรือว่ามันยังไม่คุ้มค่าพอที่ข้าให้อิรสะเสรีภาพกับเจ้าในครั้งนี้รึ?”“ใครอยากได้โอกาสที่ห่วยแตกจากท่านกัน!”เย่ซวิ่นพูดด่าว่า“ อิสระเสรีภาพนั้นคืออะไร มันสามารถทำให้ข้าสามารถเสพสุขได้หรือไม่!ทำให้ข้าใช้ชีวิตได้สุขสบายหรือไม่!เฉินเสียนข้าจะบอกท่านเอาไว้ ตั้งแต่ข้ายังเล็กข้านั้นชอบชีวิตดั่งนกคิรีบูนที่ถูกขังอยู่ในกรง!เพื่ออิสระเสรีภาพบ้าๆนี่มันทำให้ข้านั้นวิ่งเต้นต้อง729
ทะเยอทะยาน มองดูก็รู้ว่ามัน