เฉินเสียนเงยหน้าขึ้นและมองดูท้องฟ้ายามคํ่าคืน โดยเงาของเขายังคงอยู่ที่หางตาของเธอ และกล่าวว่า “ท่านเข้าไปข้างในก่อน ถ้าโดนลมพัดแล้วไม่สบายจะทำอย่างไร?”“วันนี้ไม่มีลม ไม่ต้องกลัว” ซูเจ๋อกล่าว “ท่านเข้าไปกับข้าสิ”เฉินเสียนหัวเราะเสียงแหบและกล่าวว่า “ไม่ได้ ข้าเพิ่งขี่ม้ามาถึง และร้อนมากตอนนี้ข้าขอพักผ่อนก่อน”ซูเจ๋อยืนรออย่างเงียบ ๆ ภายใต้แสงและเงานั้นความสูงที่นุ่มนวลของเขาราวกับภาพวาดเฉินเสียนยืนแทบไม่ไหวอีกต่อไป และค่อย ๆ เลื่อนลงกับผนังเพื่อนั่งลงบนพื้นพยายามปรับการหายใจของเธอ ในตอนแรก มีอาการผิดปกติเล็กน้อยเมื่อเธออยู่ในวังหลวง แต่เธอสามารถทนได้ตลอดการเดินทางและจนถึงตอนนี้ จนกระทั่งซูเจ๋อปรากฏตัว มันค่อย ๆ กัดเซาะและบดขยี้การป้องกันของเธอทีละน้อยพละกำลังในนาทีสุดท้าย คงเป็นแบบนี้ใช่ไหม เมื่อได้พบเจอกับคนที่ตัวเองเป็นเหมือนหายนะที่ต้องรีบออกจากกรง และอยู่เหนือการควบคุมพระจันทร์และดวงดาวที่กำลังหมุนอยู่บนท้องฟ้า เฉินเสียนมองเห็นไม่ชัดเจนเธอดึงปกคอเสื้อของเธอ ในใจเป็นไปด้วยเปลวเพลิง และกล่าวอย่างแห้ง ๆ ว่า“คืนนี้พระจันทร์และดวงดาวสวยจัง”ซูเจ๋อจ้องมองไปที่เธอและกล่าวว่า “ใช่ สวยมาก”669
เฉินเสียนก้มศีรษะของเธอลง และผมจากด้านข้างก็ปกคลุมมายังข้างหน้า มือของเธอบีบกำที่มุมของกระโปรง และการหายใจของเธอแสดงให้เห็นความผิดปกติ เธอเริ่มสั่น เริ่มมีสิ่งผิดสังเกตเพียงเล็กน้อย และหลังจากนั้นก็ค่อ