เมื่อเหล่าขุนนางต่างได้ลงมือทำตามขั้นตอนนี้แล้ว เฉินเสียนคิดว่าเธอก็ควรกล้าที่จะเดินไปข้างหน้า แม้เท้าที่จะต้องก้าวออกไปนั้น จะเต็มไปด้วยขวากหนามทิ่มแทง เธอก็ไม่รู้สึกหวาดหวั่นเหล่าขุนนางยังคงอยู่ในภวังค์ขณะหนึ่งฉินหรูเหลียงเงยหน้ามองขึ้นไปบนบัลลังก์มังกรที่มีผู้หญิงนั่งอยู่ ใบหน้าเธอของเธอไม่มีแม้แต่ความอ่อนโยน เต็มไปด้วยความแน่วแน่และเด็ดเดี่ยวดูเหมือนว่าเรื่องราวมาถึงตอนนี้แล้ว เรื่องขององค์ชายใหญ่ก็ควรได้รับการเปิดเผยโดยเขาเสียทีหลังจากนั้น สายสัมพันธ์ที่ทุกคนคิดว่าเขาและเฉินเสียนมีต่อกันก็จะหายไปอย่างไรก็ตาม มันเป็นเพียงสิ่งที่ทุกคนคิด ฉินหรูเหลียงรู้ดีว่า เขาและเฉินเสียน ไม่ได้มีสายสัมพันธ์ต่อกันมานานแล้ว และเรื่องนี้ก็คงต้องถูกเปิดเผยไม่ช้าก็เร็วฉินหรูเหลียงพูดกับเฉินเสียนก่อน “ฝ่าบาทได้โปรดขอให้หม่อมฉันได้พูดความจริง”เฉินเสียนกล่าว “เจ้าบอกพวกเขาแทนข้า”และจังหวะนั้นบรรดาเหล่าขุนนางต่างก็จับจ้องไปที่ฉินหรูเหลียงฉินหรูเหลียงกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ข้าและฝ่าบาท ถึงแม้จะเคยเป็นสามีภรรยากันในตอนแรก แต่ก็ไม่เคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งเกินเลย งานอภิเษกที่จัดขึ้นในตอนนั้น617
เพียงเพราะเป็นแผนการและเพื่อความปลอดภัยขององค์จักรพรรดิเท่านั้นเพราะฉะนั้นองค์ชายใหญ่จึงไม่ใช่ลูกของข้า”บรรดาเหล่าขุนนางต่างอ้าปากค้างไม่ใช่ฉินหรูเหลียง แล้วจะเป็นใครกัน?คำพูดของฉินหรูเหลียงชี้แจงความสัมพันธ์ระหว่างตัวเข