องค์ชายหกกล่าวอีกว่า “เช่นนั้นเสด็จพ่อคิดวางแผนว่าจะส่งข้าไปที่ต้าฉู่เมื่อใดกัน?”“เจ้ารีบอันใด รอปีหน้าหรือว่าปีหน้าๆเถิด”จักรพรรดิเย่เหลียงกล่าว “รอตอนที่สองคูเมืองนั้นทุเลาแล้ว ข้าจะให้เหล่าราชสำนักต้าฉู่รู้ว่าซูเจ๋อนั่นเมื่อสมัยนั้นได้ลงนามในหนังสือสัญญากับข้า เช่นนี้ข้าก็สามารถนำสองคูเมืองนั่นกลับมาได้ และก็สามารถทำให้ซูเจ๋อได้รับบทลงโทษเช่นกัน ถึงตอนนั้นก็เป็นจังหวะที่เจ้าจะแอบเข้าไปแล้ว”หากไม่ทำลายซูเจ๋อก่อน องค์ชายหกไปต้าฉู่ ก็มีอุปสรรคเป็นอย่างมากจักรพรรดิเย่เหลียงคิดระเอียดรอบคอบไม่มีทางเสียองค์ชายหกกล่าวว่า “เรื่องนี้เหตุใดไม่รีบทำ รอต้าฉู่แก้ไขปัญหาความลำบากยากแค้นได้ ซูเจ๋อก็ควบคุมแนวโน้มในราชสำนักได้แล้ว เสด็จพ่อลงมืออีก ไม่ใช่พลาดโอกาสดีแล้วหรือ ต่อให้ตอนสุดท้ายซูเจ๋อได้รับบทลงโทษ แต่เวลานั้นจักรพรรดินีก็ข้ามผ่านช่วงที่ลำบากแล้ว และก็ไม่ได้มีอะไรต้องพึ่งพาขอความช่วยเหลือเย่เหลียงของเราอีกแล้ว เรื่องเกี่ยวดองของทั้งสองเมืองก็ไม่ได้ลงลายลักษณ์อักษรในหนังสือสัญญา แต่เป็นความหมายของเสด็จพ่อฝ่ายเดียว ในกรณีที่องค์หญิงจิ้งเสียนปฏิเสธ ก็มิใช่ไร้โอกาสโดยสิ้นเชิงแล้วหรือ”พอองค์ชายหกกล่าว ก็ได้เตือนสติของจักรพรรดิเย่เหลียงด้วยเหตุนี้การปรึกษาหารือของสองพ่อลูก เลยได้ตัดสินแผนการล่วงหน้าก่อนรอปีหน้าเริ่มวสันตฤดูก็ดำเนินการแผนเกี่ยวดองให้บรรลุผลเลย คาดว่าความลำบากของต้าฉู่ จะต่อเน