งหลวง อาจจะเป็นอันตรายได้”ชายเจ้าของบ้านตกตะลึง พวกเขารู้ว่าครั้งนี้ราชสำนักจะต้องรบแพ้หรือ? แต่ก่อนหน้าที่ซูเจ๋อพูดเป็นความจริง ครั้งนี้เขาก็ไม่กล้าซักถามข้อสงสัย และก็ไม่ถามมาก เพียงแค่พยักหน้ารับปากทั้งสองคนเปลี่ยนชุดทหารใหม่ ม้วนผมขึ้นแล้วสวมหมวก และทาใบหน้าให้ดำคลํ้าเล็กน้อย มองดูแล้วไม่เตะตาเท่าไหร่นักพอถึงสถานที่นัด มีทหารใหม่ที่พยายามที่จะหลบหนี สุดท้ายก็ตายคาที่เหมือนเชือดไก่ให้ลิงดู เหล่าทหารใหม่คนอื่นล้วนตกใจกลัวทหารเกณฑ์เมืองหลวงหลายหมื่นคน และทหารเกณฑ์แต่ละเมืองใหญ่หลายหมื่นคน ซึ่งรวมดูแล้วกองกำลังทหารราวแสนคนได้ แต่ทหารเหล่านี้ไม่เคยมีประสบการณ์การฝึกฝนเลย จะให้ไปสู้รบ สำหรับพวกเขาแล้วถือเป็นเรื่องที่ทารุณมากเฉินเสียนกับซูเจ๋อถูกจัดเข้ากองกำลังกลุ่มเล็กห้าถึงสิบคน หลังจากที่รวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแบบลวกๆแล้ว นายทหารได้กล่าวคำสาบานสามเหล่าทัพแล้วจากนั้นได้เปิดประตูเมืองออก กองกำลังทหารต่างทยอยกันเดินออกนอกเมืองหลวงทั้งสองคนเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ไปด้วยกัน ในที่สุดก็ออกมานอกประตูเมืองจนได้วันนี้ ฟ้ามืดเมฆน้อยเบาบาง ภูเขาสิบลี้นอกเมืองคล้ายดั่งทิวเขายาวเขียวขจีเป็นสีมรกต และทิวทัศน์ก็งดงามอย่างมาก358
กรงเหล็กนี้ ถูกโยนทิ้งไว้ด้านหลัง อากาศด้านนอก เป็นไปตามที่เฉินเสียนคิดเป็นอิสระและสดชื่นมากเธอหยุดไม่ได้ที่จะยกยิ้มขึ้นมาเส้นทางนี้ พวกเขาสองคนไม่จำเป็นต้องเบิกทางที่จะไปพ