กลายเป็นหัวหน้ากองกำลังทหารกลุ่มเล็กตอนนี้เฉินเสียนกับซูเจ๋ออยู่ในกองกำลังทหารกลุ่มเล็ก เป็นพวกเขาสองคนที่สมัครใจมาเป็นทหาร คนอื่นๆอีกสี่ห้าคนนั้นล้วนถูกการใช้อำนาจจับมาเนรเทศเกณฑ์ทหารเฉินเสียนกับซูเจ๋อนั่งพักอยู่สถานที่หนึ่ง ไม่กี่คนนั้นก็ค่อนข้างเห็นอกเห็นใจพวกเดียวกันนั่งรวมกันอยู่อีกที่หนึ่งซูเจ๋อกล่าวพูดกับเธอเบาๆว่า “หลังรอจากฟ้ามืดแล้ว ข้าจะพาท่านหนีไป”เฉินเสียนกล่าวว่า “ข้าไม่ไป”แม้ว่าจะจงใจทาหน้า แต่ก็ไม่สามารถปิดบังเค้าโครงใบหน้าของซูเจ๋อได้ และยังมีหน้าตาคิ้วที่ยาวเล็กดูดีท่าทางที่เขาพูดคุยดูสูงส่งลํ้าค่าปรากฏออกมาด้วย ซูเจ๋อเลิกคิ้วขึ้น ไม่ปริปากพูดสักพักกล่าวขึ้นว่า “ไม่ไปหรือ?”เฉินเสียนกล่าวด้วยนํ้าเสียงเล็กละเอียดว่า “ถึงอย่างไรก็ต้องลงใต้ไปพบปะกับแม่ทัพโฮ้ว พวกเราเคลื่อนไหวกันเองมันวุ่นวายอยู่บ้าง สู้ไม่ได้กับไปในกลุ่มทหารนี่หรอก ยังสามารถที่จะสืบเสาะสถานการณ์ในกลุ่มทหารได้ พวกเรากับแม่ทัพโฮ้วด้านนอกโจมตีด้านในร่วมมือ ไม่ดีหรืออย่างไร?”ซูเจ๋อหักตอหญ้า ใช้นิ้วหมุนอย่างเอ้อระเหย ผ่านไปสักพักหนึ่งถึงได้กล่าวอย่างไตร่ตรองว่า “ในค่ายทหารไม่ควรเป็นการเล่นแบบเด็กๆ มันจะยากลำบาก”“ข้ารู้ หากข้าไม่สามารถรับรู้ความยากลำบากร่วมกันกับพวกเขา เช่นนั้นจะสามารถเห็นอกเห็นใจเข้าใจชัยชนะที่ได้มาอย่างไม่ง่ายดายของสามเหล่าทัพได้อย่างไร นี่เป็นเรื่องที่ข้าควรจะมีประสบการณ์ ไม่สามารถจะเป็น