ซูเจ๋อเลิกคิ้วราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น กล่าวว่า “หากมิได้ เช่นนั้นแม่ทัพโฮ้วยกธงตั้งขึ้น เหตุใดถึงได้รับเสียงขานรับสนับสนุนจากเหล่าอาณาปราชาราษฎร์นับไม่ถ้วนเลยเล่า ? สำหรับเหล่าอาณาปราชาราษฎร์ปุถุชนคนธรรมดาทั่วไป ผู้ใดจะมาใส่ใจว่าองค์จักรพรรดิเป็นชายหรือหญิง เพียงแค่สามารถทำให้พวกเขาสงบสุขและผู้คนเหล่านั้นที่ตำหนิว่าอาเสียนเป็นหญิง เป็นเพราะว่าไร้ความสามารถมิได้ทำผลงานอันใด แต่ทว่าคิดหวังเพ้อเจ้ออยู่เหนืออำนาจของหญิง เวลานี้ท่านจำเป็นต้องใช้อำนาจที่เด็ดขาดบดพวกเขาให้แตกละเอียด ”ซูเจ๋อกล่าวอย่างสง่าว่า “เพราะฉะนั้น องค์จักรพรรดิเป็นชายหรือหญิง ไม่ได้สำคัญ สิ่งที่สำคัญคือตอนเริ่มต้นองค์จักรพรรดิต้องนำตัวเองวางไว้บนที่สูง บนตำแหน่งที่สูงที่สุด และเหล่าขุนนางในราชสำนัก กับอาณาปราชาราษฎร์จะไม่แยกจากไป”เฉินเสียนแสยะริมฝีปากขึ้น“ข้าพบว่า‘ฟังคำที่ท่านพูดแล้วรู้สึกว่ามีประโยชน์กว่าที่ตัวเองรํ่าเรียนมา’ประโยคนี้ วางอยู่ที่ตัวของท่าน ไม่เกินไปเลยสักนิดหนึ่งความคิดของท่าน นำผู้คนที่อยู่ยุคสมัยนี้อย่างน้อยที่สุดร้อยกว่าปีเลยนะ ”ซูเจ๋อยิ้ม กล่าวว่า “เพียงเปิดใจคุยกันกับท่านสองประโยค ดีเช่นนั้นเชียวหรือ?”เฉินเสียนยิ้มแล้วกล่าวตอบว่า “จนถึงเพลานี้ข้ายังไม่รู้เลยว่าท่านมีสิ่งอันใดที่ไม่ดี ”เธอเอียงศีรษะกล่าวกับเขาอย่างแผ่วเบาว่า“ซูเจ๋อ เห็นชัดเจนว่าท่านสามารถแทนที่ข้าได้ ท่านทำได้ดีกว่าข้าอย่างแน่