ม่อมฉันก็ไม่เห็นนางอีกเลยเพคะ……”ตอนนี้เอง ที่อวี้เยี่ยนพึ่งจะคิดอะไรขึ้นมาได้ : “จริงสิ เอ้อเหนียงล่ะ? ตั้งแต่เข้าเรือนหอมาจนถึงตอนนี้ หม่อมฉันก็ยังไม่ได้เห็นหน้าเลยเพคะ!”“ช่างเถอะ”เวลานี้เอง เมื่อเข้าสู่พลบคํ่า ตรอกที่ซ่อนอยู่ค่อนข้างลึก ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นหญิงเจ้าของบ้านคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องครัว นางเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนแล้วจึงค่อยเปิดประตูลานสวนในตอนแรกนางคิดว่าเป็นสามีของนางที่กลับมา แต่นึกไม่ถึงเลยว่าจะเห็นหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งยืนอยู่ประตูแทน ในอ้อมแขนของหญิงวัยกลางคนนั้นได้อุ้มเด็กคนหนึ่งอยู่ด้วยเมื่อแม่นมซุยเห็นมีคนออกมาแล้ว นางก็ยิ้มพร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ท่านก็คือคนใจดีที่เจ้านายของข้าเอ่ยถึงใช่หรือเปล่า? ได้ยินมาว่านายหญิงเคยรับดูแลเจ้านายของข้ามาก่อน เจ้านายของข้าและลูกเขยที่หนีมาด้วยกัน มาขอพักอาศัยกับท่านอยู่ครึ่งค่อนวัน ไม่ทราบว่านายหญิงยังจะพอจำได้อยู่บ้างหรือเปล่า?”หญิงเจ้าของบ้านจึงตอบกลับไปว่า : “ข้าจำได้ จำได้ดีเชียวล่ะ แล้วท่านคือ……”“ขอข้าเข้าไปก่อนแล้วค่อยคุยได้หรือไม่?”252
“เจ้าเข้ามาก่อนเถิด” หญิงเจ้าของบ้านสังเกตเห็นเด็กที่แม่นมซุยอุ้มอยู่ :“เด็กคนนี้คือลูกของพวกเขาทั้งคู่หรอกหรือ น่ารักน่าชังเสียไม่มี”แม่นมซุยจึงพูดขึ้นว่า : “ที่ข้ามานี้ มีเรื่องอยากจะขอร้องนายหญิง เด็กคนนี้ป่วยหนัก ที่นอกเมืองมีหมอผู้หนึ่งที่สามารถรักษาเขาได้ แต่เวลานี้ประตูเมืองหลวง