หล่อย่างไม่ใส่ใจและกล่าวว่า “อากาศหนาวเช่นนี้ทำให้ท่านหนาวหรือไม่ ท่านไปนอนฟังข้าบนเตียงก็ได้”เฉินเสียนกล่าวว่า “ไม่เป็นไร คุยทั้งอย่างนี้นั่นแหละ”ซูเจ๋อเงียบไปครู่หนึ่งเฉินเสียนตกใจเล็กน้อยเมื่อเงยหน้ามองเขาและเห็นว่าเขากำลังมองไปที่หุ่นกระบอกบนหัวเตียงรวมทั้งหน้ากากที่แขวนอยู่บนชั้นไม้เฉินเสียนไม่อยากให้ซูเจ๋อรู้ว่าในช่วงหลายวันมานี้เธออาศัยสิ่งของเหล่านี้เพื่อระลึกถึงเขา ดังนั้นเธอจึงเข้าไปยืนบังไว้และกล่าวว่า “ถ้าท่านไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน เช่นนั้นข้าจะถาม ส่วนท่านก็ตอบมา”“ตกลง”ซูเจ๋อถอนสายตากลับมามองเฉินเสียนอีกครั้ง ตรึงเธอเอาไว้ด้วยสายตาของเขาเธอเงียบไปนานและพบว่าเป็นเรื่องยากจริงๆ ที่ต้องเป็นฝั่ายพูดเรื่องนี้ขึ้นมาก่อนในที่สุดเฉินเสียนก็สงบใจลงได้ ความคิดทั้งหมดที่เธอคอยระงับไว้ตลอดมาปรากฏขึ้นมาในใจ158
เฉินเสียนเลือกที่จะถามคำถามที่สำคัญที่สุดก่อน เธอเงยหน้ามองซูเจ๋ออย่างมั่นคงและเอ่ยด้วยเสียงแหบต่ำว่า “เจ้าน่องน้อย เป็นลูกชายแท้ๆ ของท่านใช่ไหม”ไม่ว่าในใจของเธอจะยืนยันแน่ชัดหรือไม่ ถึงอย่างไรเธอก็อยากฟังคำตอบของซูเจ๋อกับหูของเธอเองทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ ซูเจ๋อหลุบตามองเธอและตอบว่า “เขาเป็นลูกของข้ากับท่าน”ดวงตาของเฉินเสียนสั่นเทา“แล้วเหตุใดจึงต้องปิดบังข้า ไม่ยอมรับเขา”“เพราะยังไม่ถึงเวลา”“ยังไม่ถึงเวลา…” ทันใดนั้นเฉินเสียนก็หัวเราะเยาะ น้ำตาเอ่อล้นขึ้นมาที่ขอบตา “ตอน