วเฮอมาเปลี่ยนชุดให้เจ้าน่องน้อย พาไปกินข้าวเช้า แล้วพาเขาออกไปเล่นที่ห้องตำราก่อนไป”“เพคะ”เจ้าน่องน้อยตื่นขึ้นมานั่งอยู่บนเตียง แล้วนำมือขึ้นมาขยี้ดวงตา เฉินเสียนนั่งอยู่อีกที่หนึ่ง ร่างกายของเธอเย็นยะเยือก จึงไม่อยากจะไปทำให้เขารู้สึกอึดอัด เสี่ยวเฮอเปลี่ยนชุดให้เขาเสร็จ เฉินเสียนก็ยังไม่เข้าไปในห้องตอนที่เสี่ยวเฮอจูงมือเจ้าน่องน้อยเดินออกไป เฉินเสียนจึงพูดว่า “เจ้าน่องน้อยเป็นเด็กนะ ไปกินข้าวเช้ากับเสี่ยวเฮอก่อน แม่มีเรื่องที่จะคุยกับพวกเธอก่อน”เจ้าน่องน้อยเดินออกไปกับเสี่ยวเฮออย่างว่าง่ายเมื่อครู่เฉินเสียนมองไปยังแม่นมซุย แม่นมซุยจึงพูดว่า “แม้ว่าบ่าวจะไม่รู้ว่าจริงๆแล้วอวี้เยี่ยนนั้นพูดอะไรกับพระองค์ไปบ้าง แต่บ่าวเรื่องทุกอย่างเป็นไปตามความคิดโดยพลการของบ่าวเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับใต้เท้าเลยนะเพคะ”“ไม่เกี่ยวข้องกับเขา”เฉินเสียนเดินตรงไปที่ด้านหน้าของนาง แล้วพูดชัดๆทีละคำ “ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเขาจริงๆ แล้วใครกันที่ทำให้เจ้าช่างกล้าทำเช่นนี้?เจ้าควรรู้ไว้ ว่าที่สถานการณ์ของพวกข้าสองแม่ลูกเป็นอยู่ในทุกวันนี้ มันก็เป็นผลมาจากการกระทำที่เจ้าคิดในเวลานั้น”แม่นมซุยหมอบลงไปกับพื้น พูดทั้งน้ำตาว่า “บ่าวก็ไม่เคยคิด แต่ว่าถ้าตอนนั้นไม่ทำเช่นนั้น มันอาจจะมีผลกระทบมาถึงองค์หญิงอย่างแน่นอน องค์หญิง เดิมทีคำพูดเหล่านี้ควรเป็นใต้เท้ามาพูดกับองค์หญิงด้วยตัวเอง ใต้เท้าปฏิบัติกับองค์หญิงอย่างทุ่มเท