ทยังคงคิดถึงคะนึงหาพระนางอยู่ จากอารมณ์ที่ขุ่นเคืองก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นอารมณ์ดีขึ้นมาถึงแม้ว่าพระสนมฉีจะเสวยมื้อค่ำไปแล้ว แต่ก็จะลองชิมดูหน่อยขันทีขยับไปยืนรอที่ด้านข้าง พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “รอพระนางเสวยเสร็จแล้วกระหม่อมจึงจะไปทูลกับฝั่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”พระสนมฉีถามขึ้นว่า : “งานเลี้ยงฉลองที่อุทยานอวี้ฮัวเป็นยังไงบ้าง?”ขันทีจึงตอบกลับไปว่า : “ฝั่าบาททรงเชิญเหล่าราชทูตและเหล่าเสนาบดีรวมถึงเหล่าขุนนางมาเลี้ยงฉลอง ทุกอย่างราบรื่นเป็นอย่าง เพียงแต่ว่าฝั่าบาทยังทรงเป็นห่วงและพะวงว่าพระนางจะไม่ได้เสวยอาหารดีๆ จึงทรงรับสั่งให้กระหม่อมส่งอาหารเหล่านี้มาพ่ะย่ะค่ะ”พระสนมฉีหัวเราะอย่างข่มขืน พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ข้างพระวรกายของฝั่าบาททรงมีองค์จักรพรรดินีเคียงข้างอยู่แล้ว จะมานึกถึงข้าได้อย่างไรกัน”“ถึงแม้ว่าฝั่าบาทจะทรงมีองค์จักรพรรดินีเคียงข้าง แต่ในพระทัยของฝั่าบาทนั้นมีแค่พระสนมฉีเพียงผู้เดียวเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ”เวลานี้เอง พระสนมฉีจึงได้แสดงถึงความเศร้าใจของนางในวังหลัง พระนางพูดขึ้นว่า : “ข้าถูกฝั่าบาทกักบริเวณ แต่ฝั่าบาทไม่ทรงมาเยี่ยมข้าบ้างเลย ในพระทัยของพระองค์จะทรงนึกถึงข้าได้อย่างไรกัน”
66