ูเจ๋อมาพบปะเจอหน้ากัน ซูเจ๋อเองได้นั่งที่นั่งถัดไปจากองค์ชายหกองค์จักรพรรดิทรงดีพระทัยและทรงสนพระทัยเป็นอย่างมาก พระองค์ตรัสขึ้นว่า : “องค์ชายหกลองเล่าให้ข้าฟังเสียหน่อย”เฉินเสียนเม้มปาก มือที่วางอยู่บนโต๊ะถูกกำไว้แน่น เธอนึกไม่ถึงเลยว่าราชทูตของอาณาจักรเย่เหลียงที่มาในครั้งนี้จะเป็นองค์ชายหกก่อนหน้านี้ที่ราชนิเวศน์ของอาณาจักรเย่เหลียง เฉินเสียนได้แสดงความรู้สึกต่อซูเจ๋อชัดเจนเป็นอย่างมาก หากว่าองค์ชายหกอยากจะก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นมาเขาพูดออกมาเพียงคำเดียว ก็สามารถผลักเฉินเสียนและซูเจ๋อตกเหวได้ในทันทีเฉินเสียนนึกไม่ออกเลย ว่าทำไมอาณาจักรเย่เหลียงถึงให้เศษขยะนี่มาเป็นราชทูตได้!เมื่อเฉินเสียนเพิ่งหย่อนตัวนั่งลง ก็ได้เห็นว่าซูเจ๋อได้มาถึงก่อนแล้ว เขาสวมชุดขุนนางอย่างเป็นทางการ นั่งอยู่ตรงข้ามเธออย่างสงบและสุขุมตั้งแต่เฉินเสียนเดินเข้าท้องพระโรงมาจนถึงตอนนี้ เธอยังคอยพยายามควบคุมสายตาตัวเอง ไม่ให้จ้องมองเขาจนเกินหน้าเกินตา ทำได้เพียงใช้แค่หางตามองเงาและเค้าโครงร่างของเขาผ่านๆ เท่านั้นซูเจ๋อที่ได้ยินองค์ชายหกพูดขึ้นมาแบบนี้แล้ว สีหน้าแววตาของเขาเรียบเฉยราวกับว่าไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรมากมายนัก เขาวางมือลงข้างถ้วยชาบนโต๊ะ ใช้ปลายนิ้วสัมผัสถ้วยชาเบาๆถ้วยเครื่องปันดินเผาสีอบอุ่นนั่น ตัดกับสีผิวนิ้วมือที่ขาวสะอาดของเขาอย่างชัดเจน เมื่อออกแรงเพียงน้อยนิด เล็บมือที่ขาวสะอาดนั่นก็ซีดเลือดขึ้นมาใน