ร จักรพรรดิจะต้องทรงเลอะเลือนแล้วเป็นแน่!”พระสนมฉีกล่าวทั้งน้ำตาว่า “เดิมทีหม่อมฉันก็คิดว่าไม่เหมาะสมเช่นกันเพคะแต่หม่อมฉันต่ำต้อยเกินกว่าที่จะพูดอะไร”สมเด็จพระราชชนนีตรัสว่า “มีอย่างที่ไหนกัน เหตุใดวังหลังแห่งนี้จึงได้กำเริบเสิบสานเช่นนี้! วันนี้ข้าอยากจะเห็นนักว่านางจะไร้กฎเกณฑ์เพียงใด!”หลังจากนั้นสมเด็จพระราชชนนีจึงเตรียมไปที่พระตำหนักไท่เหอกับนางสนมด้วยท่าทีที่ดุดัน และคิดจะจัดการเฉินเสียนกับลูกของนางพระสนมฉีเหลือบมองและกล่าวว่า “พระราชชนนี ที่พระตำหนักไท่เหอแห่งนั้นมีจระเข้โอบล้อมอยู่เพคะ หม่อมฉันเกรงว่าสมเด็จพราชนนีจะทรงตกพระทัย คงจะดีกว่าถ้าจะไปประกาศเรียกให้จิ้งเสียนและลูกของนางมาที่ตำหนักของหม่อมฉันเมื่อถึงตอนนั้นพระองค์จะตัดสินอย่างไรก็สุดแต่พระองค์เพคะ”18
ถึงอย่างไรพระตำหนักไท่เหอก็คือพระตำหนักไท่เหอ ที่นั่นไม่ใช่ที่ของพระสนมฉี จำเป็นต้องพาพวกเขามาที่ตำหนักของนางเท่านั้น นางจึงจะทำทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการได้ ไหนจะมีสมเด็จพระราชชนนีคอยหนุนหลังอีก นางจะลงโทษจิ้งเสียนและลูกอย่างรุนแรงแค่ไหนก็ย่อมได้ทั้งนั้นสมเด็จพระราชชนนีคิดๆ ดูก็รู้สึกว่าคำแนะนำของพระสนมฉีนั้นเหมาะสมจากนั้นจึงส่งคนให้ไปประกาศพระราชเสาวนีย์ที่พระตำหนักไท่เหอเฉินเสียนรู้ด้วยตนเองว่าเรื่องของพระสนมฉียังไม่จบเพียงแค่นี้ และนางจะต้องกลับมาอีกแน่ๆการยืมมือของสมเด็จพระราชชนนีก็อยู่ในการคาดเดาของเฉินเสียนเช่นกัน