พระสนมฉีโมโหจนตัวสั่น และตะโกนว่า “เขาเป็นแค่เด็กตัวเล็ก ๆ ที่ไม่รู้ประสาอะไร จะรู้ได้อย่างไรอะไรคือการฆาตกรรมโดยเจตนา เจ้ามันคนชั่วมาใส่ร้ายปั้ายสีคนอื่น!”“เด็กไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ประสา ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำอะไรตามอำเภอใจได้ซะหมด” เฉินเสียนกล่าว “อีกอย่าง ก็มีผู้ใหญ่คอยสั่งสอนไม่ใช่หรือ?”“เจ้าหมายความว่า ข้าเป็นคนสั่งให้เขาทำ?” พระสนมฉีกัดฟันเฉินเสียนกล่าวอย่างใจเย็นและมีสติ “ต่อให้พระสนมไม่ได้เป็นคนสั่ง แต่ก็ละเลยในการอบรมสั่งสอน อีกทั้งพระสนมเองที่ต้องการให้พวกเขาเล่นกันเองตามลำพัง และไม่ต้องการให้มีคนคอยเฝั้าดูแล องค์ชายห้าหกล้มไม่ได้เป็นความผิดของเจ้าน่องน้อย แต่กลับเป็นความประมาทในหน้าที่ของพระสนมเอง”“ลูกชายของข้าหกล้ม เจ้ายังมีหน้ามาโทษข้า?” พระสนมฉีโมโหจนแทบจะระเบิดเฉินเสียนกล่าว “ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้ พระสนมต้องการอะไรข้าก็ยินยอมทำตามไม่ใช่หรือ หากข้าเป็นพระสนม ข้าควรจะรีบนำองค์ชายห้ากลับไปพบหมอหลวงโดยเร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นหากว่าองค์ชายห้าเสียเลือดไปมากจะยิ่งลำบากไปกันใหญ่ พระสนมเป็นแม่แบบนี้ กลับทอดทิ้งลูกชายไม่สนใจดูแลเพราะความโกรธของตัวเอง”375
จากนั้นพระสนมฉีจึงนึกถึงองค์ชายห้า และหันกลับไปมององค์ชายห้า เห็นใบหน้าที่ซีดขาวอย่างตกใจ ทั้งโมโหทั้งวิตกกังวล แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ ในที่สุดก็สะบัดแขนเสื้อลง และให้นางกำนัลพาตัวองค์ชายห้ากลับไปพบหมอหลวงก่อนที่จะกลับออกไป