ั้นก็เชิญเข้าไปนั่งข้างในก่อน”ในอดีตองค์หญิงจิ้งเสียนเป็นคนสติไม่ค่อยดี พระสนมฉีเลยไม่เก็บมาใส่ใจ แต่มาดูตอนนี้ กลับเห็นว่าดูมีสติดี แต่พระสนมฉีก็กลับไม่ได้สนใจเช่นเคยพระสนมฉีแอบเหล่มองเฉินเสียน นำองค์ชายห้าเดินผ่านเฉินเสียนอย่างหยิ่งทะนง และเดินนำเข้าไปยังห้องโถงพร้อมกับนั่งลงบนเก้าอี้พระสนมฉียังคงมองเฉินเสียนที่เดินตามหลังเข้ามาอย่างรังเกียจ และตรัสออกมาว่า “ข้าจำได้ครั้งก่อนที่เจอเจ้า เป็นวันก่อนที่เจ้าจะแต่งงาน วันนี้ก็ผ่านมาแล้วสองปีกว่า ช่างน่าประหลาดใจจริง ๆ โรคเสียสติของเจ้าก็คงหายดีแล้ว”เฉินเสียนยิ้มมุมปาก สะบัดชายกระโปรงเพื่อนั่งลง และมือก็จับไปที่ฝาของถ้วยชาเพื่อเปิดออก และโบกสะบัดมือเล็กน้อยเพื่อดมกลิ่นชาที่ลอยขึ้นมา และกล่าวว่า“พระสนมฉีนึกอย่างไรถึงมาที่นี่?”
361