ะหนึ่งเฉินเสียนกลั้นเสียงอยู่ในลำคอ ไอออกมาอย่างอึดอัด อยากจะเอ่ยปากพูดออกมา จู่ๆก็มีเสียงอ่อนแอที่แฝงไปด้วยอาการสะลึมสะลือจากช่องด้านข้างๆดังขึ้นมาอย่างกะทันหันว่า “ที่แท้ท่านแม่ทัพก็มาปฏิบัติการตามคำพระบัญชา ประตูไม่ได้ใส่กุญแจ เข้ามาเถิด”เฉินเสียนตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง คำพูดนั้นคือคำพูดของซูเจ๋อที่นอนอยู่ช่องด้านข้างของเธออย่างไม่น่าสงสัย คือเขาตื่นมาตั้งแต่เมื่อไร?เมื่อหัวหน้าองครักษ์วังหลวงเปิดประตูเข้ามา ก็เห็นคนนั่งงออยู่บนเตียงคนเดียว เอามือปิดปากไว้แล้วไอไม่หยุดเมื่อหยุดไอไปช่วงขณะหนึ่ง เฉินเสียนก็แกล้งทำเป็นกระแอม เสียงของซูเจ๋อก็ดังขึ้นมาอย่างพอดี“ข้ากระหม่อมซู เป็นไข้รากสาดน้อยจึงมีอาการไอ ขอท่านแม่ทัพได้โปรดอภัย แม่ทัพเข้ามาค้นหาเถิด มาดูในห้องของข้าว่ามีนักฆ่าหรือไม่ ”น้ำเสียงของเขานั้นเย็นชาเล็กน้อย ดูคล้ายกับคนที่เพิ่งตื่นนอนมาจากความฝันหัวหน้าอยู่ในแสงไฟที่มืดสลัวภายนอก มองดูสภาพการณ์ภายในห้อง แล้วเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติพ่อบ้านที่อยู่ด้านข้างจึงพูดขึ้นอย่างรีบร้อนว่า“แม่ทัพ ท่านอยากจะเข้าไปค้นหาก็เข้าไปด้านในเถิด บ่าวจะปิดประตูให้ใต้เท้า ใต้เท้าเป็นไข้รากสาดน้อยรุนแรง ไม่สามารถโดนอากาศเย็นได้ เพราะว่าถ้าโดนอากาศเย็นจะทำให้อาการหนักขึ้น หวังท่านแม่ทัพจะเข้าใจ”257
เฉินเสียนก็ไอขึ้นมาอีกครั้ง ซูเจ๋อพูดอย่างเบาๆว่า “ไม่เป็นไร พ่อบ้านไปนำเสื้อของข้ามาให้ที”พ่อบ้านรับคำสั่ง