แปรผัน เกรงว่าท่านจะมีอันตราย ซูเจ๋อท่านยังมีวิธีดีกว่านี้ไหม?”ซูเจ๋อกล่าวเสียงเบาไพเราะรื่นหูในขณะที่ยกคิ้ว “ไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้แล้ว”“ท่านคิดรอบคอบกว่าข้า เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ทำไมจะไม่มีวิธีที่ดีกว่า”เฉินเสียนกล่าวอย่างดื้อดึง “นับจากวันที่ท่านดึงเปั่ยเซี่ยช่วยข้าก็น่าจะคาดเดาได้ว่าจะมีเภทภัย ในเมื่อคาดเดาได้ เหตุใดจึงไม่ได้เตรียมการรับมือ เหตุใดจึงถูกจับโดยละม่อม?”เธอเงยหน้าจากอกแกว่งของซูเจ๋อ มองดวงตาดุจอำพันที่เรียวยาวมีเสน่ห์ของเขาพร้อมกับกล่าวว่า “ท่านต้องมีแผนสำรองถูกไหม?”“ข้าเป็นสามัญชนทั่วไป ไม่ได้เก่งกาจมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวอย่างที่ท่านว่า”ซูเจ๋อยิ้มแล้วกล่าวว่า “ฟังเช่นไรก็รู้สึกว่าไม่ใช่คำชมนะ”“หากข้าไม่ช่วยท่าน ท่านคิดจะนั่งรอความตายหรือ?” เฉินเสียนถามซูเจ๋อตอบอย่างเอ้อระเหย “ใช่”ฉินหรูเหลียงที่ไม่พูดจามาตลอด ทันใดนั้นก็เอ่ยขึ้นมาหนึ่งประโยค “ท่านเห็นเขาเหมือนคนนั่งรอความตายหรือ?”160
เฉินเสียนกล่าว “ข้าก็ไม่เชื่อ ไม่ว่าจะอย่างไรท่านคงไม่เอาชีวิตไปอยู่ในเงื้อมมือผู้อื่นหรอก”ซูเจ๋อจ้องเธอ กล่าวว่า “อาเสียนไม่ใช่ผู้อื่น”เฉินเสียนชะงักจากนั้นก็ได้ยินเขากล่าวว่า “หากพูดถึงแผนสำรอง ข้ามีจริงๆ”“อะไร?”ซูเจ๋อกล่าว “ก็คือท่าน”เขาเอ่ยออกมาอย่างไร้ความกังวล ทว่าเฉินเสียนฟังแล้วกลับตะลึงงันเฉินเสียนเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะถามว่า “ซูเจ๋อ ทำไมท่านถึงคิดว่าข้าทำได้?”ซูเจ๋อกล่าว “ข้