”เป็นเรื่องยากที่ผู้คุมจะได้ยินซูเจ๋อพูดหลายๆ ประโยคเช่นนี้ พวกเขารู้สึกชอบน้ำเสียงที่เรียบนิ่งและอ่อนโยนของเขาอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่หยิ่งทะนงเหมือนขุนนางคนอื่นๆ ทั้งยังเป็นกันเองมากกว่าผู้คุมถามว่า “ท่านหนาวหรือไม่ อยากดื่มสุราคลายหนาวสักหน่อยไหม”ซูเจ๋อตอบว่า “ขอบคุณมาก ปกติข้าไม่ดื่มสุรา ถ้าเป็นไปได้ ช่วยขยับเตาถ่านมาหน่อยได้หรือไม่”ผู้คุมเป็นคนนิสัยใจคอดี ปกติก็มักจะวางกระถางไฟไว้ตรงทางเดินข้างประตูห้องขังของเขาทุกคืน ดังนั้นเขาจึงไม่คิดว่าคำขอของซูเจ๋อนั้นมากเกินไปเวลานี้กระถางไฟอีกอันหนึ่งยังไม่ได้ตั้งถ่าน ผู้คุมจึงนำกระถางที่พวกเขาใช้ไปไว้ที่ทางเดิน127
ซูเจ๋อนั่งเอนหลังพิงประตูห้องขัง เขาเอียงศีรษะเล็กน้อยและยื่นมืออันผอมโซออกมาจากช่องว่างระหว่างประตูห้องขังเพื่อผิงไฟให้ร่างกายอบอุ่นบนนิ้วมือของเขายังมีคราบเลือดติดอยู่ แต่การเคลื่อนไหวที่สุขุมและดูสบายๆนั้นทำให้รู้สึกราวกับว่าแท้จริงแล้วเขาไม่ได้ถูกลงโทษให้อยู่ในคุกแห่งนี้ผู้คุมมองเขาผิงไฟเงียบๆ และรู้สึกว่านี่คือภาพที่ดูแล้วเจริญตา สงบเงียบและไม่สะสะท้านซูเจ๋องอนิ้วเล็กน้อยจนเผยให้เห็นข้อนิ้วที่เรียวยาว เขาค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ๆ ก้นของเตาถ่าน ลูบหุ่นกระบอกทั้งสองตัวที่อยู่ใต้เตาถ่านอย่างแผ่วเบาแม้จะร้อนจนลวกมือแต่เขาก็ไม่ขยับไปไหน ราวกับว่าทำแบบนี้แล้วจะทำให้หัวใจของเขาค่อยๆ อบอุ่นขึ้นหลังจากเกิดเรื่องกับเฮ่อฟัง จิตใจของเฮ่อเ