ูเขายกมือขึ้นเพื่อฆ่าใครบางคนภายใต้แสงจันทร์โดยไม่ลังเลฉินหรูเหลียงยังมองไปที่ประตูและพูดว่า “คืนนี้ท่านเพียงแค่ขอให้เฮ่อเซียงช่วยหลีกเลี่ยงการทรมานของเขา ต่อไปควรทำอย่างไร?”“ต่อไปควรทำอย่างไร จริงๆ แล้วข้าเองก็ยังไม่รู้”เฉินเสียนยืดแขนลูบรอยและตัวสลักของประตูสักพัก แล้วพูดเบาๆ ว่า “ข้าไม่รู้ว่าเขาเคยรู้สึกแบบข้าในตอนนี้หรือไม่ ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร ทุกอย่างก็แค่ปล่อยวางแล้วสู้ให้ถึงที่สุด”เฉินเสียนไม่ได้อยู่นานเท่าไหร่นักก็ได้จากไปนางอ้อมไปทางประตูใหญ่ของเรือนซูเจ๋อ ไม่ได้เดินขึ้นไปข้างหน้า เพียงแค่ยืนมองอยู่ที่มุมเงียบๆ สักพักแล้วหันตัวพูดว่า “เรากลับกันเถอะ”เมื่อกลับไปถึงสวนสระวสันตฤดู ก็เที่ยงคืนแล้วอวี้เยี่ยนกับแม่นมซุยไม่รอให้เฉินเสียนกลับมา ต่างก็ไม่กล้านอน และจุดไฟรอตลอดเมื่อได้เห็นนางกลับมาแม่นมซุยได้เข้ามารีบถาม “เป็นอย่างไรบ้างเพคะ องค์หญิงมีวิธีที่จะช่วยใต้เท้าหรือยัง?”เฉินเสียนส่ายหน้า และเดินตรงไปที่โต๊ะหนังสือแล้วนั่งเหม่ออยู่ที่นั่นนางนั่งพักครึ่งคืน อวี้เยี่ยนอยู่ข้างๆ ก็เป็นห่วงและพูดว่า “องค์หญิง พักผ่อนสักหน่อยเถอะเพคะ ถ้าท่านทำเช่นนี้ ร่างกายจะทรุดลงได้นะ……”เฉินเสียนทำเหมือนไม่ได้ยินนางไม่สามารถแบ่งเวลาในการดูแลตัวเองได้ นางต้องใช้สมองคิดหาวิธีที่จะช่วยชีวิตซูเจ๋อเมื่อท้องฟั้าด้านนอกหน้าต่างสว่างเล็กน้อย เฉินเสียนก็เงยหน้าขึ้นทันทีและมองดูแม่นมซุย “เอ้อร์เหนีย