วะปกติดังเดิมได้ความพิโรธขององค์จักรพรรดิที่เพิ่งจะสงบลง ก็เดือดดาลขึ้นมาอีกครั้ง28
หากไม่ใช่เพราะเปั่ยเซี่ยยื่นมือเข้ามาพัวพัน เฉินเสียนก็คงจะตายไปแล้วแท้ๆเฮ่อฟังที่คุกเข่าอยู่บนพื้น เห็นโอกาสที่จะเบี่ยงเบนความสนใจขององค์จักรพรรดิให้พ้นจากการลงโทษเขา จึงรีบพูดขึ้นว่า : “ฝั่าบาทโปรดทรงเย็นพระทัยลง! ฝั่าบาทยังทรงลงมือด้วยวิธีอื่นได้ หากเราไม่สามารถที่จะถอนต้นกล้าออกมา เรายังสามารถขุดดินใต้รากของมันได้ เมื่อไม่มีดินแล้ว ต้นกล้าก็จะไม่สามารถดำรงอยู่ต่อไปได้พ่ะย่ะค่ะ”องค์จักรพรรดิทรงสงบนิ่งลง และทรงโบกพระหัตถ์ให้หมอหลวงถอยออกไปจากนั้นจึงทรงทอดพระเนตรไปยังเฮ่อฟังด้วยสายพระเนตรที่เย็นยะเยือก : “เจ้าหมายถึงซูเจ๋อหรือ?”“กระหม่อมรู้สึกว่า แม้ว่าปกติซูเจ๋อจะประพฤติตัวถูกต้องและไม่พบร่องรอยของความผิดพลาดประการใดเลย แต่ว่ายิ่งไม่ผิดพลาดก็ยิ่งน่าสงสัยเข้าไปใหญ่องค์หญิงจิ้งเสียนเป็นเพียงหญิงนางหนึ่ง อยู่ข้างนอกนั่นจะรู้วิธีการเอาชนะใจราษฎรได้อย่างไรกัน อีกอย่างตอนนั้นองค์หญิงมีซูเจ๋อเคียงข้าง ต้องเป็นเขาที่วางแผนคิดแทนนางอย่างแน่นอน”แน่นอนว่าองค์จักรพรรดิทรงรู้ดีอยู่แล้ว แต่ซูเจ๋อสามารถนำการเจรจาสันติภาพกับเย่เหลียงกลับมาได้นั้นถือว่าเป็นผลงานที่ทรงเกียรติ พระองค์จึงไม่ได้ทำอะไรเขาทั้งสิ้นเฮ่อฟังจึงพูดต่อว่า : “และครั้งนี้ พอเหมาะพอเจาะกับองค์หญิงจิ้งเสียนที่ปั่วยสาหัส ทางเปั่ยเซี่ยก็ได้ส่งวา