ของจางอวิ๋นก็ดำทะมึนลงทันตาเขาจ้องมองศพไร้หัวทั้งสองด้วยแววตาเย็นยะเยือกเจ้าสารเลวสองตัวนี้… พวกมันรู้อยู่แก่ใจว่ามีตราประทับจึงจงใจเอ่ยชื่อสำนักออกมาเพื่อฆ่าตัวตายหนีความผิดสินะเพราะมั่นใจในพลังอูของตนเองว่าสยบพวกมันได้อยู่หมัด เขาเลยชะล่าใจไม่ได้ใช้ ‘เนตรเซียน’ ตรวจสอบพวกมันเสียก่อนประมาทเลินเล่อเกินไปแล้ว!บทเรียนครั้งนี้ราคาแพงนัก… ต่อไปถ้าจับเชลยได้ ข้าต้องใช้เนตรเซียนสแกนอย่างละเอียดก่อนทุกครั้ง ห้ามพลาดเรื่องง่ายๆ แบบนี้อีกเด็ดขาด!จางอวิ๋นสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ทันใดนั้นเขาก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ รีบหันขวับไปหาพยัคฆ์ลายพาดกลอนทันที“เจ้าเคยบอกข้าว่า ตอนที่ค้นพบที่นี่ เจ้าเห็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับหยวนอิงชุดดำอยู่กันสามคนใช่หรือไม่?สองในสามคนนั้นคือพวกมันหรือเปล่า?”“ใช่ขอรับนายท่าน! กลิ่นอายและการแต่งกายเหมือนกันเปี๊ยบเลยขอรับ!”พยัคฆ์ลายพาดกลอนพยักหน้าหงึกหงักยืนยันหนักแน่นสิ้นเสียงตอบรับ จางอวิ๋นไม่รอช้า ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไปยังทางออกของลานกว้างดุจลูกธนูหลุดจากแหล่งทันทียังมีอีกคนหนึ่ง!…ณ ใจกลางป่าหมอกอันหนาทึบที่ปกคลุมด้วยไอเย็นอู๋เฉิง ผู้บำเพ็ญมารระดับหยวนอิงในชุดคลุมสีด